วัดม่วงชุม พิมพ์
เขียนโดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล   
วันอังคารที่ 07 ธันวาคม 2010 เวลา 17:04

  ประวัติวัดม่วงชุม

                   หลวงพ่อเที่ยง    จันทสโร

 

 

เที่ยววัดกับ

 

นายอารามบอย

        อำเภอท่าม่วงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี   ที่มีวัดมากแต่ละวัดก็มีของดีแตกต่างกันไป   วันนี้นายอารามบอยจะพาท่านไปกราบยอดเกจิอาจารย์องค์หนึ่งที่อำเภอท่าม่วงแห่งนี้   ที่หลายท่านอาจจะยังไม่เห็นความสำคัญเพราะเป็นวัดค่อนข้างเล็กเงียบสงบ  แต่เป็นวัดที่มีพระเกจิอาจารย์ที่สร้างวัตถุมงคลได้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก  วัดนั้นคือวัดม่วงชุมที่นายอารามบอยจะพาท่านไปรู้จักความเป็นมาของวัดและประวัติหลวงพ่อเที่ยง   จันฺทสโร  เชิญครับ

 

ประวัติวัดม่วงชุม

วัดม่วงชุม  ตั้งอยู่ที่บ้านม่วงชุม  หมู่ที่    ตำบลม่วงชุม  อำเภอท่าม่วง  จังหวัดกาญจนบุรี   สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่  ๑๓  ไร่      งาน  ๔๐  ตารางวา

 

 

 

                        มีอาณาเขต  ดังนี้

 ทิศเหนือ          จรดถนนคันกั้นน้ำเขื่อนแม่กลอง 
ทิศใต้               จรดทางสาธารณะ
ทิศตะวันออก   จรดที่หมู่บ้านจัดสรร
ทิศตะวันตก     จรดบ้านม่วงชุม

                          อาคารเสนาสนะ

kkk

๑.อุโบสถ        กว้าง  ๑๙  เมตร         ยาว  ๓๔  เมตร   สร้างเมื่อ  พ.ศ. ๒๔๙๔  เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก  

 

kkkkkk

๒.ศาลาการเปรียญ     กว้าง  ๑๖  เมตร  ยาว  ๒๗  เมตร  เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก           

kkkkkkkkkk

๓.หอสวดมนต์                        กว้าง  ๑๕  เมตร  ยาว  ๓๑  เมตร

kkkkkkkkkk

๔.กุฏิสงฆ์จำนวน    หลัง  กว้าง    เมตร  ยาว  ๑๔  เมตร  เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

kkkkkkkkkk

๕.ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง  ๑๕  เมตร  ยาว  ๒๖  เมตร  สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๓๘  เป็น อาคารไม้  คอนกรีตเสริมเหล็ก

kk

๖.ศาลาบำเพ็ญกุศล    จำนวน    หลัง  เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก วัดม่วงชุม  ตั้งวัดเมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๖๐  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อ  พ.ศ.๒๔๙๔

 kkkkkkkkkkkkkลำดับเจ้าอาวาส   เท่าที่ทราบนาม   
 kkkkkkkkkkkkk๑.พระครูจันทสโรภาส  (หลวงพ่อเที่ยง  จันทสโร)
 kkkkkkkkkkkkk๒.หลวงปู่ลืม   พุทธปาโร
 kkkkkkkkkkkkk๓.พระโพธิ์  จารุธมฺโม

kkkk

รูปเหมือนหลวงพ่อเที่ยงและรูปเหมือนหลวงปู่ลืม   อดีตเจ้าอาวาสวัดม่วงชุม

k

        ประวัติพระครูจันทสโรภาส  (หลวงปู่เที่ยง   จันทสโร)อดีตเจ้าคณะตำบลม่วงชุม  อดีตเจ้าอาวาสวัดม่วงชุม ตำบลม่วงชุม     อำเภอท่าม่วง   จังหวัดกาญจนบุรี 

kkkkkkkkkkkkkkkkkkkk

สถานนะเดิม……..นามเดิม  นายเที่ยง  ท่านกเอี้ยง   เกิดวันพฤหัสบดี  ปีชวด  ที่บ้านม่วงชุม  ตำบลม่วงชุม  อำเภอท่าม่วง   จังหวัดกาญจนบุรี   เมื่อ  ปี  พ.ศ.  ๒๔๓๑   โยมบิดาชื่อนายเขียว  ท่านกเอี้ยง   โยมมารดาชื่อนางทองแคล้ว  ท่านกเอี้ยง    มีพี่น้องรวม    คน   หญิง    คน    ชาย    คน  มีรายชื่อดังนี้
kkkkk   หลวงพ่อเที่ยง   จันทสโร    (มรณภาพแล้ว)
kkkkk  พระสาย   ท่านกเอี้ยง         (มรณภาพแล้ว)
kkkkk   นางทองดี   ท่านกเอี้ยง       (ถึงแก่กรรมแล้ว)
kkkkk  นางทองคำ  วรรณวงศ์      (ถึงแก่กรรมแล้ว)
kkkkk   นางเปลื้อง   ท่านกเอี้ยง     (ถึงแก่กรรมแล้ว)
kkkkk   นางปลด   ท่านกเอี้ยง        (ถึงแก่กรรมแล้ว)
kkkkk   นายตุ้น   ท่านกเอี้ยง         (ถึงแก่กรรมแล้ว)
kkkkk  นางปุ้น    ท่านกเอี้ยง       ยังมีชีวิตอยู่

kkkkk
                                รูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่เปลี่ยน   วัดใต้

                   วัยเด็กหลวงพ่อเที่ยง  ใช้ชีวิตแบบเด็กชนบททั่วไป  การดำเนินชีวิตอยู่ตามท้องไร่ท้องนา   มีอุปนิสัยชอบทางด้านชกมวย  และความยุติธรรม  เป็นที่รักของเด็กวัยเดียวกันยกให้เป็นพี่ใหญ่  เป็นคนพูดแบบตรงไปตรงมาไม่เกรงกลัวใคร       หลวงพ่อเที่ยงได้ช่วย  บิดา  มารดา  ทำนา  จนมีอายุ  ๒๑  ปีบริบูรณ์  ได้รับหมายเรียกจากทางราชการ  ให้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อเป็นทหารเกณฑ์   ตามกฎหมาย   หลังจากรับราชการทหารครบ    ปี   ได้ปลดประจำการออกจากราชการทหาร   เมื่อมีอายุ  ๒๓  ปี  กลับมาอยู่บ้านประกอบอาชีพทำนา  อีก    ปี  เมื่ออายุ  ๒๔  ปี  ได้อุปสมบทตามประเพณี    วัดบ้านถ้ำ  เมื่ออุปสมบทแล้วอยู่ศึกษาเล่าเรียนกับอุปัชฌาย์ระยะหนึ่ง   หลังจากนั้นได้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดม่วงชุม  ซึ่งเป็นวัดอยู่ใกล้บ้าน    หลวงพ่อเที่ยงตั้งแต่มาอยู่วัดม่วงชุมก็ได้ศึกษาเล่าเรียนหนังสือ  อย่างตั้งใจ  เนื่องจากในวัยเด็กหลวงพ่อเที่ยงมีโอกาสได้เล่าเรียนไม่มากนักเพราะขาดแคลนครูและห้องเรียน   ยิ่งเรียนหลวงพ่อเที่ยงก็มีความสุขกับการเรียน  ทำให้หลวงพ่อเที่ยงมีความแตกฉานเรื่องหนังสืออย่างมาก  หลังจากนั้นหลวงพ่อเที่ยงได้ศึกษาธรรมวินัย  และพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาจนเชี่ยวชาญ  จึงเริ่มหันมาศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน   ได้เล่าเรียนวิปัสสนากรรมฐานและวิชาไสยเวชกับหลวงพ่อปู่เปลี่ยนวัดใต้   ในฐานที่หลวงพ่อเที่ยงมีศักดิ์เป็นหลานของหลวงปู่เปลี่ยน  จึงได้รับความเมตตาจากหลวงปู่วัดใต้เป็นพิเศษ  ในการถ่ายทอดสรรพวิชาด้านต่างๆโดยเฉพาะด้านพุทธาคมและไสยเวชแขนงต่างๆ   จนมีความเชี่ยวชาญอย่างมาก   ถึงกับมีเรื่องเล่ากันว่าเวลาหลวงปู่เที่ยงได้รับนิมนต์ไปร่วมพุทธาภิเศกในงานพิธีใดก็ตาม  ท่านมักจะมีอาการร้อนวิชาเสมอ  มักจะเห็นท่านชอบสัพยอกให้พระเกจิที่ร่วมในพิธีแสดงอิทธิฤทธิ์ด้านคงกระพันชาตรี  โดยท้าให้เอามีดเชือนแขนว่าคมมีดจะบาดเข้าเนื้อหนังหรือไม่   แสดงให้เห็นว่าวัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกเต็มเปลี่ยมไปด้วยพุทธคุณ  อย่างที่ชาวบ้านทั่วๆไปมักพูดว่าใครแขวนวัตถุมงคลของท่านแมลงวันไม่ได้กินเลือดนั้นหมายความว่าคนๆนั้นหนังเหนียวแทงไม่เข้ายิงไม่ออก    นายอารามบอยเคยได้ยินได้ฟังจากจากหลวงพ่อแย้ม  วัดสามง่าม  เล่าให้ฟังบ่อยๆว่าหลวงปู่เที่ยง  องค์นี้ท่านเก่งมากและเป็นสหธรรมมิกกับหลวงพ่อเต๋    คงทอง   และทั้งหลวงปู่เที่ยงและหลวงพ่อเต๋   ต่างก็มีชื่อเสียงอย่างมากในการสร้างตะกุดหนังหน้าผากเสือ            หลวงพ่อเที่ยงท่านเป็นพระของชาวบ้านชนบทโดยแท้   พูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม  ภาษาที่ใช้สื่อสารก็เหมือนหลวงพ่อคูณเป็นภาษาไทยแท้ๆฟังไม่เพราะหู  แต่เต็มเปลี่ยมไปด้วยความเมตตา   ญาติโยมที่ไปขอความช่วยเหลือจากท่าน  ไม่เคยปรากฏว่าจะไม่ได้รับความเมตตาจากท่าน  ทุกคนได้ความเมตตาช่วยเหลือในทุกๆเรื่องด้วยดี    จากการบอกเล่าของชาวบ้านเล่าว่าท่านชอบกีฬาชกมวยอย่างมาก  การเล่นนิยมลิเกและหนังตะลุง   ท่านเป็นพระโบราณลูกทุ่งชนบทชอบฉันหมากไม่เคยขาดปากเลย   นี่จึงเป็นที่มาของการสร้างพระเครื่องเนื้อชานหมากที่โด่งดังมาก    หลวงพ่อเที่ยงเริ่มลงมือสร้างอุโบสถ เมื่อ  ปี  พ.ศ.   ๒๔๘๔  ท่านค่อยๆสร้างโดยไม่มีการเรี่ยไร  ท่านไม่ต้องการเป็นภาระของชาวบ้านเพราะช่วงเวลานั้นประเทศไทยยังตกอยู่ในระหว่างปลายสงครามโลก  ครั้งที่     เมืองกาญจนบุรีได้รับผลกระทบจากภัยสงครามอย่างมากเพราะทหารญี่ปุ่นมาตั้งฐานทัพหลายแห่ง   ทำให้ทหารพันธมิตรนำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานทัพของญี่ปุ่น   เป็นเหตุให้สภาพเศรษฐกิจของชาวบ้านตกต่ำอย่างมาก   ตกอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง   แต่ชาวบ้านก็ช่วยบริจาคทุนทรัพย์สร้างอุโบสถจนสำเร็จได้ในที่สุด   ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อวันที่    กุมภาพันธ์   พ.ศ.   ๒๔๙๔

 

kkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk

                  มณฑปที่ไว้โลงแก้วบรรจุร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อเที่ยง

  สมณศักดิ์ที่ได้รับ
๑.ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูจันทสโรภาส   เมื่อวันที่    ธันวาคม   ๒๕๐๕  ลูกศิษย์ที่เคารพศรัทธาหลวงพ่อเที่ยงได้จัดงานเฉลิมฉลองและเพื่อแสดงมุทิตาจิตร   และได้ขออนุญาตหลวงพ่อสร้างเหรียญเป็นที่ระลึกและเพื่อมอบให้ชาวบ้านที่มาร่วมงาน   จึงเป็นการสร้างเหรียญรูปท่านเป็นครั้งแรก 
  ๒.ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูจันทสโรภาส  ครูเจ้าคณะตำบลชั้นโท  เมื่อวันที่    ธันวาคม   ๒๕๑๐
  ๓.ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูจันทสโรภาส  ครูเจ้าคณะตำบลชั้นเอกเมื่อวันที่    ธันวาคม   ๒๕๒๐

 

k

                                              ร่างกายที่เป็นอมตะจนกลายเป็นหิน

                  หลวงพ่อเที่ยง    จันทสโร    มรณภาพด้วยอาการสงบ  เมื่อวันที่  ๒๗  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๒๓เวลา  ๙.๐๐  นาฬิกาเศษ      วัดม่วงชุม   ท่ามกลางความเศร้าอาลัยของศิษย์ยานุศิษย์  และชาวม่วงชุม ชาวม่วงชุมได้เก็บสรีระของหลวงพ่อไว้ถึง  ๑๐  ปี   ปรากฏว่าร่างของหลวงพ่อไม่เน่าไม่เปื่อย   ชาวม่วงชุมจึงพร้อมใจกันสร้างมณฑป  พร้อมทั้งโลงแก้วบรรจุร่างที่เป็นอมตะไว้    มณฑป  เมื่อวันที่    เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๓๔    จากวันที่หลวงพ่อเที่ยงจากไปถึงปัจจุบันเป็นเวลาถึง  ๓๐   ปี   ร่างหลวงพ่อเที่ยงก็ยังคงสภาพไม่เน่าเปื่อยเหมือนท่านยังอยู่เป็นที่พึ่งของชาวม่วงชุมตลอดไป    ด้วยคุณงามความดีและเมตตาบารมีของท่านยังคงอยู่ในดวงใจของชาวม่วงชุม   ชาวม่วงชุมและลูกศิษย์ที่เคารพนับถือท่านมาขอความเมตตาจากรูปหล่อเหมือนจริงหน้าสรีระของท่านในโลงแก้ว   จะประสบผลสำเร็จตามใจปรารถนาทุกประการ   นายอารามบอยทราบจากเจ้าอาวาสว่าเมื่อผู้มาขอพรจากท่านแล้วประสบผลจะนำหมากพลู    ขนมจีนน้ำพริก  และแกงเทโพหมู   มาแก้บน   บางท่านก็จะนำหนังตะลุง   มวย  ยี่เก   มาแสดงแก้บนด้วย 

 

k

                         ทุกวันจะมีลูกศิษย์ของทานมากราบไหว้ของพรจากท่านไม่ขาดสาย

                    วัตถุมงคลชนิดต่างๆที่หลวงปู่เที่ยงจัดสร้าง

k

                เหรียญรุ่นเสาร์     สร้าง  พ.ศ.   ๒๕๐๙

k

 

k

k

เหรียญทองแดงรมดำ  รุ่นนี้หลวงปู่ทิม  วัดละหารไร่  ร่วมปลุกเสก   

k

           พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์  เนื้อผงพุทธคุณ

k

              พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์  เนื้อชานหมาก

k

  พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์  เนื้อชานหมากหลังปิดด้วยหนังหน้าผากเสือ

          นายอารามบอยหวังว่าท่านจะเกิดความเสื่อมใสและศรัทธาหลวงพ่อเที่ยงมากยิ่งขึ้น  หากมีโอกาสได้ครอบครองวัตถุมงคลของท่าน   ถือว่าท่านโชคดีมีวาสนาที่ได้สิ่งที่เป็นมงคลไว้คุ้มครองตน  วันนี้ก็ต้องกล่าวคำว่าสวัสดีอีกเช่นเคย      พบกันใหม่ตอนหน้า

                                                                                           

                                                                                            จัดทำโดย   นายสมชาย  แสงชัยศรียากุล

 

LAST_UPDATED2