forex trading logo


KANCHANABURI

JEvents Calendar

Last month October 2017 Next month
S M T W T F S
week 40 1 2 3 4 5 6 7
week 41 8 9 10 11 12 13 14
week 42 15 16 17 18 19 20 21
week 43 22 23 24 25 26 27 28
week 44 29 30 31

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้371
mod_vvisit_counterวานนี้547
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้918
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน6372
mod_vvisit_counterเดือนนี้22800
mod_vvisit_counterเดือนก่อน22637
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด3266056

We have: 58 guests, 2 bots online
Your IP: 103.55.142.140
 , 
Today: ต.ค. 24, 2017
บาตรพระราชทาน PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล   

 

เที่ยววัดกับนายอารามบอย


            ช่วงเข้าพรรษาปีนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี   ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจจะเที่ยววัดต่างๆของจังหวัดกาญจนบุรี   โดยการนำของนายอารามบอย   พร้อมที่จะเสนอสาระความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆที่ท่านอาจจะยังไม่เคยรับรู้มาก่อนให้ท่านทราบและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวภายในวัดตลอดจนโบราณสถานและโบราณวัตถุที่ควรจะได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาวกาญจนบุรีและของชาติต่อ

 

 

               วันนี้เป็นวันเข้าพรรษากระผมนายอารามบอยได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญถวายเทียนจำนำ

พรรรษาที่วัดสาลวนาราม  (วัดดอนตาเพชร)   อำเภอพนมทวน   จังหวัดกาญจนบุรี   ได้เห็นบรรยา

กาศที่น่าประทับใจเหมือนทุกปีที่ผ่านมา  เพราะว่าช่วงเทศกาลเข้าพรรษาทุกวัดของประเทศไทย 

แม้กระทั่งวัดในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบปัญหาความขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติและศาสนา  

ก็ยังเต็มไปด้วยพุทธศาสนนิกชนที่นับถือพุทธศาสนาไปทำบุญและถวายเทียนจำนำพรรษาเต็มศาลา

การเปรียญทุกวัด    กระผมนายอารามบอยได้มีโอกาสสนทนากับเจ้าอาวาสถึงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกั

วัด   ทำให้รู้ว่าที่วัดแห่งนี้ในอดีตมีพระอริยสงฆ์นามว่าพระปลัดซ้ง  อินฺทสโร  ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

และรอบรู้เรื่องพระธรรมวินัยอย่างลึกซึ้ง   ได้มีโอกาสเข้าตอบกระทู้ธรรมจนได้รับพระราชทาน

บาตรไม้ฝังมุกจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   รัชกาลที่      กระผมนายอาราม

บอยได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสให้ถ่ายภาพบาตรพระราชทาน  พร้อมทั้งนำหนังสือประวัติพระปลัดซ้ง 

อินฺทสโร  ที่คณะศิษยานุศิษย์พิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพ  วันที่  ๒๑   เดือน  มีนาคม   พ.ศ.  ๒๔๙๙ 

มาเผยแพร่ดังนี้

ประวัติพระปลัดซ้ง

  

            พระปลัดซ้ง  ฉายา  อินฺทสโร   เกิดวันอาทิตย์  ขึ้น  ๑๐  ค่ำ   เดือน     ปีมะเมีย   ซึ่งตรงกับวันที่  ๑๘   มีนาคม   ๒๔๒๕   ในสกุล  สงวนศักดิ์    บ้านทุ่งสมอ  ตำบลทุ่งสมอ  อำเภอพนมทวน   จังหวัดกาญจนบุรี  โยมผู้ชายชื่อ  พุก  เป็นคนเชื้อชาติจีนและไทยผสมกัน   ส่วนผู้หญิงชื่อ  เย็น  ท่านมีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน  ๑๑   คน   เป็นชาย     หญิง    ท่านเป็นบุตรคนที่  ๑๐   โยมผู้ชายได้ถึงแก่กรรมตั้งแต่ท่านยังเล็กๆอยู่   โยมผู้หญิงจึงต้องรับภาระเลี้ยงดูพวกบุตรแต่ผู้เดียว   ถึงกระนั้นก็ได้เลี้ยงดูจนเติบโตมาด้วยดี   เมื่อท่านอายุได้  ๑๐  ปีเศษ   โยมผู้หญิงได้นำไปฝากท่านอาจารย์รอด   วัดทุ่งสมอ  เพื่อศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทยและขอม   ตามประเพณีของไทยในครั้งนั้น  เพราะว่าในครั้งนั้นตามชนบทยังไม่มีโรงเรียน  ถ้าผู้ใดอยากให้บุตรหลานของตนเล่าเรียน   ก็นำไปฝากวัดให้พระสอนให้   ท่านได้เล่าเรียนหนังสือไทยและขอมกับอาจารย์รอดจนอ่านออกเขียนได้   แล้วก็อยู่ปฏิบัติอาจารย์เรื่อยๆมา 

 

   

     ต่อมาโยมผู้หญิงได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่บ้าน เพ็ญพาด  ตำบลพังตรุ  จึงได้ขอลาท่านอาจารย์ออกจากวัดไป   เพื่อช่วยทางบ้านประกอบอาชีพ   อาจารย์รอดก็ได้อนุญาตให้ออกจากวัดไปด้วยดี   เมื่อท่านอยู่บ้านเพ็ญพาดไม่นานเท่าไรนัก   ก็ต้องอพยพจากบ้านเพ็ญพาดไปอยู่บ้านดอนตาเพชร   ตำบลพนมทวนอีกครั้งหนึ่ง   พร้อมด้วยครอบครัวของท่าน       พออายุท่านได้  ๒๒   ปี   โยมผู้หญิงจึงได้จัดการอุปสมบทให้    วัดทุ่งสมอ   โดยมีพระครูสิงคีคุณธาดา  (หลวงปู่ม่วง   จันทสโร)  วัดบ้านทวน  เป็นอุปัชฌาย์  พระครูวัตตสารโสภน  (หลวงพ่อดอกไม้)  วัดดอนเจดีย์  เป็นพระกรรมวาจาจารย์   พระปลัดทา   วัดทุ่งสมอเป็นอนุสาวนาจารย์   พระอุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า  อินทสโร   เมื่อวันที่     มิถุนายน   พ.ศ.  ๒๔๔๖    พออุปสมบทแล้วก็ไปจำพรรษา    วัดดอนงิ้ว     พรรษา   จึงได้ไปสร้างวัดขึ้นใหม่   พร้อมกับด้วยญาติและโยมทั้งหลายที่บ้านดอนตาเพชร  อยู่จำพรรษาอีก    พรรษา   ที่วัดดอนตาเพชรนั้นจึงลาญาติโยมไปศึกษาพระปริยัติธรรมในจังหวัดพระนครและได้พักอยู่วัดใหม่คณิกาผล   เพราะในครั้งนั้นตามหัวเมือง   การศึกษาพระปริยัติธรรมยังไม่มี   สอบได้ประกาศนียบัตรองค์นักธรรมชั้นตรีของสนามหลวงในครั้งนั้น  เมื่อศึกษาอยู่ได้    ปี   จึงได้กลับมาจำพรรษาที่วัดดอนตาเพชรเรื่อยมา

นวกรรม

      ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดดอนตาเพชรนี้   ท่านคิดเห็นว่าที่วัดเก่าคับแคบมาก   เพราะมีบ้านและนาอยู่ติดต่อกับวัดจึงได้ย้ายมาตั้งใหม่   ซึ่งอยู่คนละฝั่งคลองกับวัด   อันมีชัยภูมิเหมาะดีและกว้างขวางมาก   ต่อนั้นจึงได้สร้างกุฏิไม้  ขึ้น    หลัง   หลังละ    ห้อง  มุงกระเบื้อง    หลัง   อีก     หลังมุงด้วยจาก  ตอนนี้พอดีกับโยมผู้หญิงของท่านถึงแก่กรรมลงอีก   แต่ท่านก็คงอยู่ในเพศพรหมจรรย์เรื่อยมา   เมื่อท่านเห็นว่า   กุฏิพอจะเป็นที่อาศัยจำพรรษาเพียงพอแก่ภิกษุและสามเณรบ้างแล้ว   จึงได้ทำรายงานขอร้องต่อคณะสงฆ์ตั้งวัดเป็นสำนักสงฆ์ต่อไป   ทางคณะสงฆ์ก็ได้อนุมัติให้โยดี      พ.ศ.   ๒๔๖๗  ได้ทำกุฏิไม้ทรงปั้นหยามุงกระเบื้องขึ้น  อีก    หลัง   เพื่อใช้เป็นหอสวดมนต์   แต่ต่อมาได้แก้ไขดัดแปลงไปหมดแล้ว   พ.ศ.  ๒๔๗๒  ได้ทำศาลาการเปรียญ     ห้องมุงกระเบื้อง   พื้นลาดด้วยซีเมนต์   เพื่อเป็นที่บำเพ็ญกุศลของมหาชนขึ้นอีก     หลัง    ในตอนนี้ยังไม่มีพระอุโบสถที่จะทำสังฆกรรม   ถึงวันพระปาฏิโมกข์หรือทำสังฆกรรมต่างๆ   ต้องพาพระภิกษุในวัดไปผสมวัดอื่นทำบ้าง   ทำในน้ำโดยทำเป็นแพกลางน้ำแล้วทำบ้าง   นับว่ายังลำบากมาก

       พอตกถึงปี พ.ศ.  ๒๔๗๑   จึงได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมา   ต่อมาปี  พ.ศ.  ๒๔๗๓  จึงได้รับ

พระราชทานวิสุงคามสีมา   เมื่อได้รับพระราชทานเช่นนั้นแล้ว   จึงได้ทำโรงพระอุโบสถขึ้น   เพื่อใช้ทำ

สังฆกรรมชั่วคราวก่อน  พอตกปี  พ.ศ.  ๒๔๗๙  จึงได้ทำการก่อฐานพระอุโบสถสูง    เมตรขึ้น   แต่แล้ว

ก็ต้องหยุดชงักการก่อสร้างลงชั่วคราว  เนื่องด้วยภัยธรรมชาติ  คือฝนแล้งชาวนาทำข้าวไม่ได้ผลและพอดี

สงครามโลกครั้งที่    ระเบิดขึ้น   จึงต้องพักการก่อสร้างเสียหลายปี    พ.ศ. ๒๔๘๗   ได้เปลี่ยนชื่อวัดจาก 

ดอนตาเพชร  เป็น  สาลวนาราม  ที่ได้ชื่อเช่นนี้  เพราะบริเวณวัดมีป่ารังมาก    พ.ศ.  ๒๔๙๑  ทำกุฏิไม้

    ห้องขึ้นอีก    หลัง  มีมุขกลาง  พื้นปูด้วยไม้มุงกระเบื้อง    พ.ศ.๒๔๙๓   ได้ทำการผูกพัทธสีมาขึ้น  

พอปี  พ.ศ.  ๒๔๙๔  ทางคณะสงฆ์พร้อมทั้งทายกทายิกาพนมทวน  ได้นิมนต์ท่านไปจำพรรษา    วัด

บ้านทวนเสีย    พรรษา   พอตกปี  พ.ศ.๒๔๙๖จึงได้เริ่มก่อสร้างพระอุโบสถต่อไปอีก   คือได้ต่อฝา

ผนังจากเดิมต่อไป   แต่น่าเสียดายเหลือเกิน   ที่การก่อสร้างยังไม่ได้เท่าไรนัก   ท่านก็มาด่วนมรณภาพเสียในปีนั้น

ตำแหน่งหน้าที่ 

ในวงการคณะสงฆ์   พระปลัดซ้งได้รับความยกย่องขึ้นโดยลำดับดังนี้

-เป็นปลัดซึ่งเป็นฐานานุกรมของเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีองค์ก่อน  คือพระวิสุทธิรังสี

(เปลี่ยน   อินฺทสโร)   พ.ศ.  เท่าไรไม่มีใครทราบ

-พ.ศ. ๒๔๕๓  เป็นเจ้าอาวาสวัดสาลวนาราม

-พ.ศ.  ๒๔๗๓  เป็นเจ้าคณะตำบลพนมทวน

-พ.ศ.  ๒๔๗๗  เป็นอุปัชฌาย์   ในเขตตำบลพนมทวน

-พ.ศ.  ๒๔๘๗  เป็นองค์การเผยแผ่อำเภอพนมทวน

 

 อวสานแห่งชีวิต

 

     ชีวิตของบุคคลในโลกนี้   ต้องเป็นไปตามสามัญลักษณะ   คือ  เกิดในเบื้องต้น   แปรปรวนใน

ท่ามกลาง   แตกสลายในที่สุด   ไม่ว่าคฤหัสถ์  หรือบรรพชิต    ฉะนั้น   ร่างกายของพระปลัดซ้ง

จึงต้องตกตามลักษณะดังกล่าว   ตามปกติท่านเป็นโรคปวดท้องประจำเรื่อยมา  อันเนื่องด้วย

ธาตุพิการ  บางคราวก็ปกติ  บางคราวก็กำเริบดังนี้เสมอมา   พอตกปี  พ.ศ.  ๒๔๙๖  ท่านก็เริ่ม

อาพาธด้วยโรคเดิมอีก   ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่  ๕-๖  วัน  ก็ได้ทำการเยียวยาแก้ไขเพื่อให้

โรคสงบลง   แต่โรคหาสงบลงไม่   กลับทรุดหนักลงไปอีก  เป็นดังนี้ได้อีก    วัน  ท่านก็ได้มรณ

ภาพลงด้วยอาการสงบ   ท่ามกลางพระเณรและอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย

 

                          มรณภาพเมื่อวันที่  ๑๒   กันยายน   ตรงกับวันเสาร์  ขึ้น     ค่ำ   เดือน  ๑๐  พ.ศ.  ๒๔๙๖  ปีมะเส็ง   เวลา  ๒๑  นาฬิกาเศษ   สิริรวมอายุได้  ๗๒   พรรษา  ๕๐

       พระปลัดซ้ง   มีอุปนิสสัยชอบสงบ   พอใจในการประพฤติและปฏิบัติธรรม   ไม่ค่อยดุหรือว่ากล่าว

ใครนัก  พูดน้อย  ชอบปฏิบัติพระกัมมัฏฐานในตอนกลางคืน   โดยใช้การจำวัดกลางวันให้มากเท่าที่จะ

มากได้   แต่กลางคืนไม่ใคร่จำวัด  (นี่เป็นเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าเห็นมาในตอนหลังนี้)  

 

       ฉะนั้น   ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวอำเภอพนมทวนทั้งหลาย  ตลอดถึงชนทั้งหลายที่ได้

เห็นหรือรู้จักและสมาคมกับท่าน   ถึงแม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว   แต่ท่านก็ล่วงลับไปแต่ร่างกาย   ส่วน

คุณงามความดีของท่านยังฝังอยู่ในจิตใจของศิษยานุศิษย์ทั้งหลายไม่มีวันจะลืมได้  ข้อนี้สมตามพระบาลีว่า

 

                        รูปํ   ชีรติ   มจฺจานํ   นามโคตฺตํ     ชีรติ                       

                       ร่างกายของสัตว์ ย่อมย่อยยับไปได้  แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับไป                       

                       มนุษย์ในโลกนี้ถ้วน                       ทุกคน                       

                       ทิ้งร่างทับสุธาดล                          ด่าวดิ้น                       

                      แต่ดีชั่วติดตน                               ไต่เต้า   ตามนา

                      คงอยู่จนตราบสิ้น                          โลกนี้สลายลง

 

 

คณะศิษยานุศิษย์

 

 

      นอกจากนี้หลวงปู่ซ้ง   อินฺทสโร   ท่านยังเจียรนัยเพชรเม็ดงามให้กับคณะสงฆ์กาญจนบุรี 

เป็นจำนวนมาก  ดังเห็นได้จากลูกศิษย์ที่ท่านนั่งเป็นอุปัชฌาช์ให้มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัด

กาญจนบุรีถึง    รูปและเป็นเจ้าคณะ อำเภอ  เจ้าคณะตำบล   เจ้าอาวาส   จะกล่าวพอสังเขปดังนี้             

     ๑.พระธรรมคุณาภรณ์  (ไพบูลย์  กตปุญฺโญ)  อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี  อดีตเจ้าอาวาสวัด

         ไชยชุมพลชนะสงคราม  (วัดใต้)                       

     ๒.พระเทพเมธากร  (  ณรงค์   วิเศษสิงห์  )   เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีองค์ปัจจุบัน   เจ้าอาวาสวัด

         ราษฎร์ประชุมชนาราม  (วัดท่ามะขาม)                       

     ๓.พระครูนิวิฐชยากร  (หมุน  อค.คจิตฺโต)  อดีตเจ้าคณะอำเภอพนมทวน  อดีตเจ้าอาวาสวัด

        พังตรุ                       

      ๔.พระครูพิศาลวิริยกิจ  (เสงี่ยม   สุธมฺโม)  เจ้าคณะตำบลบ้านทวน  เจ้าอาวาสวัด

          บ้านทวน                       

     ๕.หลวงพ่อเตี้ย  อดีตเจ้าอาวาสวัดสระสำเภาทองหลวงปู่ซ้ง   อินฺทสโร   ท่านได้สร้างความ

ประหลาดใจและประทับใจให้กับชาวดอนตาเพชร  เมื่อคราวทำการผูกพัทธสีมา  ตกราวปี 

พ.ศ. ๒๔๙๔  ทางวัดได้รับความร่วมมือจากลูกศิษย์ของท่านที่เป็นนายทหารอากาศ  นำเครื่องบิน

มาบริการให้ชาวบ้านได้นั่งเครื่องบินบินรอบบริเวณวัด  โดยนำรายได้จากค่านั่งเครื่องบินเข้าร่วม

สมทบทุนสร้างอุโบสถ   เป็นวัดเดียวของจังหวัดกาญจนบุรีที่สามารถนำเครื่องบินมาให้ชาวบ้าน

นั่งเป็นงานกุศล 

     เมื่อท่านอ่านประวัติหลวงปู่ซ้ง   อินฺทสโร   แล้วเกิดความศรัทธาก็เดินทางไปกราบรูปเหมือนเท่าองค์จริงขอบารมีท่านคุ้มครองได้ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดสาลวนาราม   ตำบลดอนตาเพชร  อำเภอพนมทวน   จังหวัดกาญจนบุรี  การเดินทางก็สะดวกสบายมีถนนลาดยางสายกาญจนบุรี  -  อู่ทอง   พอเลยที่ว่าอำเภอพนมทวนสักพักก็จะถึงทางสี่แยกดอนตาเพชรให้เลี้ยวซ้าย ไปราวหนึ่งกิโลเมตรก็จะเห็นวัดสาลวนารามอยู่ทางขวามือ    โอกาสหน้านายอารามบอยจะพาท่านไปเที่ยววัดและหาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่พอจะเป็นความรู้ให้ทราบต่อไป  และอย่าลืมติดตามนายอารามบอยว่าโอกาสหน้าจะพาท่านไปวัดใดของจังหวัดกาญจนบุรี   สวัสดี............ 

 

 

โดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล

 


ลิขสิทธิ์ © 2009 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-564280 Email onabkri@gmail.com