forex trading logo


KANCHANABURI

JEvents Calendar

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้510
mod_vvisit_counterวานนี้562
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2230
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน3623
mod_vvisit_counterเดือนนี้10305
mod_vvisit_counterเดือนก่อน23842
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด3846385

We have: 24 guests online
Your IP: 103.55.142.140
 , 
Today: ก.ย. 19, 2019

สปอตโฆษณา

ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล   

 

ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้

สวัสดีปีมะเส็ง นายอารามบอยขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกาญจนบุรีให้ความเคารพนับถือ คุ้มครองทุกท่านทีติดตามผลงานของนายอารามบอย ตลอดปี ๒๕๕๖

ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง หมู่ที่ ๑ ตำบลหวายเหนียว อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นศาลเจ้าจีนโบราณ มีอายุหลายร้อยปี มีความแปลกประหลาดสวยงามที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติที่บรรจงตกแต่งได้อย่างลงตัวงดงามต่อสายตาผู้พบเห็น จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองกาญจนบุรีที่สำคัญของจังหวัดในอนาคต ศาลเจ้าตึกในโพรงไม้มีความเป็น amazing ที่น่าสนใจคือมีต้นกร่างขนาดใหญ่ยักษ์ขนาด ๒๗ คนโอบขึ้นปกคลุมตัวศาลไว้ทุกด้านยกเว้นประตูทางเข้าศาลเพียงด้านเดียวเท่านั้น นายอารามบอยได้ทราบข้อมูลจากนายเที้ยม จงเจริญ อายุ ๘๑ ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ได้เล่าว่าท่านเป็นคนพื้นนี้โดยกำเนิด เกิดที่นี้จนกระทั่งจำความได้ก็เห็นศาลเจ้าตึกในโพรงไม้มีต้นกร่างขึ้นปกคลุมแล้วแต่มีความรกชัฏมากกว่านี้ สมัยเด็กเคยมาวิ่งเล่นกับเพื่อน แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ห้ามไม่ให้เข้าไปในศาลเพราะเชื่อกันว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองศาลเจ้าอยู่อาจจะไปลบหลู่ท่านโดยมิได้ตั้งใจชาวบ้านแถบนี้จะนับถือศาลเจ้าตึกโพรงไม้นี้มากมีการมาสักการะขอพรกันเป็นประจำ

ด้านหลังของศาลเจ้าตึกโพรงไม้ถูกปกคุมด้วยต้นกร่างดูงดงาม

กรมศิลปากรได้เคยมาตรวจสอบซากศาลเจ้าตึกโพรงไม้หลังนี้ ได้นำอิฐมอญและอิฐแดงไปวิเคราะห์หาอายุสรุปได้ว่ามีอายุอยู่ระหว่างสมัยอยุธยาตอนปลาย ประมาณ ๒๐๐ ถึง ๓๐๐ ปี นายอารามบอยจึงสัณนิฐานว่าชุมชนบริเวณศาลเจ้าตึกโพรงไม้นี้มีชาวจีนอาศัยอยู่หนาแน่นพอสมควรจึงได้สร้างศาลเจ้าไว้เพื่อเคารพบูชาประจำหมู่บ้านขึ้นตามคติความเชื่อของชาวจีน จากตัวศาลเจ้าพอคาดคะเนไว้ว่าชุมชนชาวจีนนี้มีเศรษฐกิจดี จึงสามารถสร้างศาลเจ้าเป็นแบบก่ออิฐถือปูนได้ ซึ่งในสมัยนั้นการก่อสร้างแบบนี้ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง ต่อมาชุมชนชาวจีนได้อพยพทิ้งถิ่นฐานหนีภัยสงครามเนื่องจากได้ข่าวว่ากองทัพของพม่าได้ยกทัพจะเข้าตีกรุงศรีอยุธยาโดยยกทัพใหญ่เข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ เข้าเมืองกาญจนบุรีผ่านไปสุพรรณบุรี เข้าตีกรุงศรีอยุธยาต่อไป ข่าวความโหดร้ายของทหารพม่าที่กระทำต่อชาวบ้านได้เข้ามาถึงหูชุมชนชาวจีนที่นี้ จึงพร้อมใจกันอพยพหนีภัยสงครามปล่อยให้หมู่บ้านร้างไปในที่สุด

ปัจจุบันภายในศาลเจ้าได้สร้างรูปเหมือนเทพเจ้าไว้บูชาแทนองค์เดิม

ภาพเขียนพู่กันจีนที่ปรากฏอยู่บนผนังศาลเจ้า

บริเวณผนังศาลเจ้ามีร่องรอยภาพเขียนสีหลงเหลืออยู่ลางๆ

ถ่ายจากภายในศาลเจ้าจะเห็นว่าลำต้นกร่างที่ปกคุมศาลเหมือนประตูทรงกลมตามศิลป์จีน

 

ความใหญ่โตของต้นกร่างที่สัมผัสได้จากสายตา

นายอารามบอยหวังว่าท่านคงหาโอกาสไปสักการะศาลเจ้าตึกในโพรงไม้เพื่อขอพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เพราะว่านายอารามบอยได้ข่าวไม่ลับว่ามีผู้ไปขอพรได้ประสพผลสำเร็จรับทรัพย์เป็นล้านมาแล้ว สวัสดีปีใหม่


เขียนโดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล
ตรวจสอบเอกสารโดย นายสาธิต เกียรติสุพิมล

 

 


ลิขสิทธิ์ © 2009 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-564280 Email onabkri@gmail.com