forex trading logo


KANCHANABURI

JEvents Calendar

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้414
mod_vvisit_counterวานนี้463
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1690
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน5053
mod_vvisit_counterเดือนนี้13394
mod_vvisit_counterเดือนก่อน16815
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด3866289

We have: 22 guests, 1 bots online
Your IP: 103.55.142.140
 , 
Today: ต.ค. 23, 2019

สปอตโฆษณา

วัดอินทาราม พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล   

     

           

  ประวัติ ……..วัดอินทาราม

                                    

                                   เที่ยววัด   กับนายอารามบอย         นายอารามบอยนั่งฟังเพลงยามเช้าอยู่ที่บ้านเพราะเป็นวันหยุด  เพลินๆสักพักก็คิดได้ว่าวันเสาร์มีตลาดนัดพระเครื่องที่ศูนย์การค้า RED  CITY   จึงขี่แมงกาไซด์ไปเที่ยวดูพระเครื่องผ่อนคลายอารมณ์และเป็นการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไม่ต้องลงทุน   ขณะเดินชมพระเครื่องอยู่นั้น  เจอเพื่อนเก่าได้เข้ามาคุยและถามนายอารามบอยว่าอยากรู้ประวัติวัดอินทาราม   นายอารามบอย   เลยถือโอกาสไปวัดหนองขาวทันทีเพราะว่าวัดอยู่ไม่ไกลนัก   เมื่อไปถึงได้รับข้อมูลจากพระครูถาวรกาญจนนิมิต เจ้าอาวาส  และได้รับความเมตตาจากท่านนำชมสถานที่ต่างๆที่สำคัญภายในวัดอย่างทั่วทุกซอกทุกมุม   นายอารามของเชิญท่านผู้อ่านเดิมตามชมวัดไปพร้อมกันนะครับ

                       เจ้าอาวาสได้เล่าประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหนองขาวให้ฟัง  รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสสัมผัสบรรพบุรุษของชาวกาญจนบุรีสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังสามารถผ่องถ่ายขนบธรรมเนียม  ประเพณี  วัฒนธรรม   ตลอดจนคติความเชื่อต่างๆและการดำเนินวิถีชีวิตแบบดั่งเดิมให้คงมีชีวิตเป็นแบบอย่างให้ลูกหลานชาวหนองขาวได้ถ่ายทอดต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมิมีวันจบสิ้น    หลวงพ่อบอกว่าผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าต่อๆกันมาถึงประวัติความเป็นมาของรากเง้าชาวบ้านหนองขาวว่าชุมชนบ้านหนองขาวเป็นชาวกาญจนบุรีดั่งเดิมที่เป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา   ได้ก่อสร้างชุมชนขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  ขณะนั้นมีหมู่บ้าน    หมู่บ้าน  คือ  บ้านดงรัง  และบ้านดอนกระเดื่อง   ลุถึงสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ครองราชย์สมบัติ  กรุงศรีอยุธยาตกอยู่ในสภาวะสงคราม   เนื่องจากประเทศพม่าได้ยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา  โดยพม่ายกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาด้านด่านพระเจดีย์สามองค์   ทำให้กองทัพพม่าต้องเดินทัพผ่านเมืองกาญจนบุรี   ทัพพม่าจึงต้องผ่านหมู่บ้าน  ชาวบ้านพยายามต่อสู้พม่าเพื่อปกป้องชุมชนของตนแต่ไม่สามารถต้านทานไว้เพราะทัพพม่านำทหารมามากมาย   ทำให้ชาวบ้านต้องแตกกระจายหนีทัพพม่าเข้าป่าเข้าดงเพื่อหนีความโหดร้ายของพม่าเพราะขืนอยู่ต่อไปก็มีตายอย่างเดียว    หลังจากกรุงศรีอยุธยาพ่ายแพ้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า  เมื่อ  พ.ศ.  ๒๓๑๐    ทำให้ชาวบ้านต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเข้าป่าเข้าดงเพื่อความอยู่รอด  บางก็ถูกต้อนไปเป็นเชลยอยู่ในพม่า   จากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่    นี้   ได้เกิดกลุ่มคนไทยที่รักชาติต้องการจะเอากรุงศรีอยุธยาคืนกับพม่า    พระเจ้าตากสินได้รับการยกย่องจากคนไทยที่รักชาติให้เป็นหัวหน้าในการกอบกู้ชาติ   พระองค์ท่านใช้เวลา    เดือนก็สามารถกอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จขับไล่พม่าออกจากแผ่นดินไทย    เมื่อหมดภัยจากสงคราม   ชาวบ้านจากหมู่บ้านดงรังและหมู่บ้านดอนกระเดื่องที่กระจัดกระจายหนีภัยเข้าป่าเข้าดงก็ออกจากป่ามาสร้างหมู่บ้านขึ้นใหม่โดยรวมทั้งสองหมู่เป็นบ้านเดียวกันชื่อบ้านหนองขาว    ชาวหนองขาวได้ผ่านร้อนผ่าหนาวประคับประครองหมู่บ้านให้คงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน     หลวงพ่อได้บอกว่าถ้าจะรู้เรื่องราวความเป็นมาของหมู่บ้านอย่างละเอียดให้ไปศึกษาข้อมูลจากหนังสือ ประวัติชุมชนบ้านหนองขาวเรียบเรียงโดย  ผศ.วรวุธ    สุวรรณฤทธิ์    หลวงพ่อได้นำเดินชมอุโบสถและเล่าประวัติให้ฟังดังนี้

kkkkkkkkkkkk

k                                                           ประตูวัดที่สร้างใหม่

kkkkkkkkk

k                               ประตูวัดเดิมยังคงความสวยงามอย่างมีเสน่ห์

                   วัดอินทาราม   ตั้งอยู่เลขที่     บ้านหนองขาว   หมู่ที่     ตำบลหนองขาว  อำเภอท่าม่วง   จังหวัดกาญจนบุรี    สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย    ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่  ๖๓  ไร่    งาน   ๖๓   ตารางวา    ส.ค. ๑  เลขที่  ๑๑๖๐ ,  ๑๑๖๑  ,  ๑๑๖๒  ,  และ  ๑๑๖๓ 

มีอาณาเขต  ดังนี้ 
ทิศเหนือ                 จด     ถนนสาธารณะ 
ทิศใต้                     จด     ปั๊มน้ำมัน
ทิศตะวันออก          จด     ถนนสายอู่ทอง  -  กาญจนบุรี
ทิศตะวันตก            จด     คลองชลประทาน
 

 

              วัดมีที่ธรณีสงฆ์   จำนวน      แปลง   มีเนื้อที่  ๓๖  ไร่     งาน   ๙๘   ตารางวาตามกรรมสิทธิ์ที่ดิน   โฉนดที่ดินเลขที่   ๒๕๑๒๘   ,  ๒๕๑๑๕   ,  ๒๕๑๑๑    ตามกรรมสิทธิ์ที่ดิน   น.ส. ๓ ก   เลขที่  ๒๔๑๐  ,  ๖๐๐๑ 

            วัดอินทาราม   ตั้งเมื่อวันที่  ๓๐  ธันวาคม   พ.ศ.  ๒๓๒๐  หลังจากหมดภัยสงครามระหว่างไทยกับพม่า  จนทำให้เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่    ให้กับพม่า  เมื่อ  พ.ศ.  ๒๓๑๐   วัดอินทารามสร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ครองกรุงธนบุรี   แต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า  วัดหนองขาว   วัดได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน   มีเรื่องเล่าขานจนเป็นตำนานของชาวบ้านหนองขาวว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   รัชกาลที่      แห่งกรุงรัตนโกสินทร์   พระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินมาเมืองกาญจนบุรี   เพื่อทรงนมัสการพระแท่นดงรัง        และเสด็จมาประทับแรม    บ้านหนองขาว   ต่อมาเมื่อวันที่   ๒๕  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๔๐๘    ชาวบ้านหนองขาวได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างเสนาสนะเพิ่มเติม   เพื่อใช้เป็นที่พักสงฆ์และใช้เป็นสถานที่ประกอบงานบุญตามประเพณีนิยมของชาวหนองขาว   ช่วงระยะเวลาดังกล่าวทำให้วัดได้รับการพัฒนามีความเจริญรุ่งเรืองมาก  จนวัดหนองขาวกลายสภาพเป็นวัดประจำหมู่บ้านวัดอินทาราม  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อวันที่  ๓๐   สิงหาคม  พ.ศ.  ๒๕๒๐

 

                       เสนาสนะและโบราณสถานที่น่าสนใจ  มีดังนี้

kkkkkkkkkkkkk

kkk          kkkkk

k                            พระประธานประจำอุโบสถ

k

kภาพพุทธประวัติ                                                      ภาพนรกภูมิ

k

kkkkkkkkkkkkkkkkkkลวดลายการแกะสลักบานประตูและหน้าต่าง

                อุโบสถ  กว้าง  ๔๑  เมตร   ยาว  ๕๖  เมตร   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๑๐   เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก  ทรงไทยจัตุรมุข    ชั้น   สูงเด่นเป็นสง่าราศีแก่วัดและชาวบ้านหนองขาวภายในอุโบสถมีพระประธานที่งดงามมากและเป็นเอกลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนกับวัดใดๆของเมืองกาญจน์   คือมีพระประธานตั้งดูสง่าเรียงซ้อนกันถึง     องค์   ได้อย่างลงตัวบ่งบอกให้รู้ว่าช่างชาวหนองขาวมีความรู้งานด้านศิลป์ไทยอย่างลึกซึ้ง   ได้บรรจงสร้างสรรค์งานศิลป์ที่มีคุณค่าให้เป็นสมบัติของชาติต่อไปในอนาคต   นอกจากนี้มีภาพจิตรกรรมผาผนังที่งดงามแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย  โดยเขียนเรื่องราวพุทธประวัติ  และ  นรกภูมิ   ที่บานประตูและหน้าต่างทุกบานได้มีการแกะสลัดเป็นลวดลายไทยต่างๆ 

kkkkkk

         ศาลาการเปรียญ   กว้าง  ๒๐  เมตร   ยาว   ๓๔  เมตร   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๙๕เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้  ทรงไทย   ใช้ประกอบงานบุญต่างๆ   ที่สำคัญใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศน์มหาชาติ   เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของชาวบ้านหนองขาว  ในวันนี้ชาวหนองขาวถือเป็นประเพณีแห่ขบวนเกวียน  และช้าง  และการระเล่นโบราณมาที่วัดเพื่อฟังเทศน์มหาชาติ

kkkkkkkk

หอสวดมนต์   กว้าง  ๑๖  เมตร   ยาว   ๔๐  เมตร  สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๓๘

kkkkkkkkkkkkkkkkkkk

ศาลาอเนกประสงค์    กว้าง   ๑-   เมตร  ยาว   ๑๖   เมตร   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๒๕

         k

 

k        kkk

                                       หลวงพ่อพระป่าเลไลยก์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

           วิหารหลวงพ่อพระปางป่าเลไลยก์   ที่ชาวบ้านหนองขาวให้ความเคารพนับถืออย่างมาก  และเป็นที่ประจักษ็ของชาวบ้านหนองขาวถึงความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่พึ่งยึดเหนี่ยวจิตใจมาแต่โบราณ

kาาาาาาาาาาาา

                        พระปรางค์  ศิลปะอยุธยา   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๓๖๕   สูงประมาณ     เมตร   มีลักษณะคล้ายพระปรางค์วัดทานกัณฐ์  (วัดร้าง)   หน้าที่ว่าการอำเภอพนมทวน 

        า

 

หมู่กุฏิสงฆ์ทรงไทย       กุฏิสงฆ์                                 กุฏิเจ้าอาวาส

 

           

               

             อาคารพิพิธภัณฑ์                                        ใบเสมาเก่าของวัด

าาาาาาาาาk

                       

                       เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการดำรงชีวิต

าาาาาk

         หีบใส่เสื้อผ้าสมัยคุณปู่คุณย่า          สาแหรกและกระจาดใส่ของใช้ไม้คานแบก 

kาาาาาา

          วิถีชีวิตของชาวหนองขาว                            รางบดยาหาดูไม่ง่ายนักในปัจจุบัน

 

 อาคารพิพิธภัณฑ์   รวบรวมสิ่งของต่างๆที่ใช้ในวิถีชีวิตของชาวหนองขาวในอดีตและปัจจุบัน  ที่บ่งบอกถึงความเป็นคนหนองขาว

kาาา       าาา

                                               ห้องสมุดประชาชน

ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตที่ทางวัดได้บันทึกไว้ถึงปัจจุบัน

๑.พระอธิการกลม    ไม่ทรายฉายา           ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  ๒๓๑๐ -  ๒๓๓๘ 
๒.พระอธิการเกื่อน   ไม่ทรายฉายา  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  ๒๓๓๘ -  ๒๓๕๘
๓.พระอธิการภู่   ไม่ทรายฉายา      ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  -   พ.ศ. 
๔.พระอธิการชุบ   ไม่ทรายฉายา    ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.   -   พ.ศ.  
๕.พระอธิการหมอน   ไม่ทรายฉายา  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  -  พ.ศ. 
๖.พระอธิการเอี้ยง   ไม่ทรายฉายา  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  -  พ.ศ. 
๗.พระอธิการพัด   ไม่ทรายฉายา  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  -  พ.ศ. 
๘.พระอธิการชุ่ม   ไม่ทรายฉายา  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  -  พ.ศ. 
๙.พระอธิการหมอน   ไม่ทรายฉายา  ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสระหว่าง   พ.ศ.  -  พ.ศ.   
๑๐.พระครูวัตตสารโสภณ  (หลวงพ่อดอกไม้   ปทุมรัตโน )   ภายหลังไปเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์  อำเภอพนมทวน   หลวงพ่อเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ยิ้ม  วัดหนองบัว  สมัยท่านได้พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก   ได้บูรณะพระเจดีย์
๑๑.พระครูจริยาภิรัต (หลวงพ่อยันต์)
๑๒.พระครูโกวิทสุตคุณ  (หลวงพ่อพยอม  โกวิทโท)   ระหว่าง  พ.ศ.  ๒๔๖๔  -   ๒๕๒๖ 
๑๓.พระครูปลัดแน่น   ปุสฺโส   เป็นพระเจกิสร้างวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมาก  คือ  ลูกอมระหว่าง พ.ศ.  ๒๕๒๖  -  ๒๕๒๘
๑๔.พระครูอินทคุณากร  (หลวงพ่อฮับ  เซี่ยงฉี่)   ระหว่าง  พ.ศ.  ๒๕๒๘  -   ๒๕๓๕
๑๕.พระครูกาญจนวิธาน  (หลวงพ่อจอก  สุชาโต)   ภายหลังได้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดด่านมะขามเตี้ยและเจ้าคณะอำเภอด่านมะขามเตี้ย    ระหว่าง  พ.ศ.  ๒๕๓๕  -  ๒๕๓๗
๑๖.พระครูถาวรกาญจนนิมิต  (หลวงพ่อจีรศักดิ์   ถาวโร)   ระหว่าง  พ.ศ.  ๒๕๓๗  -  ปัจจุบัน

kาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

k                                              สวนปฏิบัติธรรม  มีรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสทุกรูป

 

kkkk      kkk       kkkkkk

                                    พระครูถาวรกาญจนนิมิต  (จีระศักดิ์   ถาวโร)

                           เจ้าอาวาสวัดอินทาราม  รูปปัจจุบันหลวงพ่อได้นำชมสิ่งต่างจนครบเรียบร้อยแล้ว    ยังได้เมตตากับนายอารามบอยให้ไปดื่มน้ำที่กุฏิ   พอดีมีญาติโยมนำรถมารับหลวงพ่อไปงานบวช   นายอารามบอยถือโอกาสกราบลาท่านและของจบเรื่องราววัดอินทารามไว้เพียงเท่านี้   สวัสดี  
 


ลิขสิทธิ์ © 2009 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-564280 Email onabkri@gmail.com