forex trading logo


KANCHANABURI

JEvents Calendar

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้321
mod_vvisit_counterวานนี้379
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้700
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน4306
mod_vvisit_counterเดือนนี้6221
mod_vvisit_counterเดือนก่อน16935
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด3876051

We have: 49 guests, 3 bots online
Your IP: 103.55.142.140
 , 
Today: พ.ย. 12, 2019

สปอตโฆษณา

ดอนเจดีย์ พิมพ์ อีเมล

เที่ยววัดกับนายอารามบอย    วันนี้นายอารามบอยต้องขอออกตัวสักหน่อยว่าบางเรื่องที่นำเสนออาจจะไม่ตรงกับหัวเรื่องเที่ยววัดกับนายอารามบอย   ขอให้ท่านผู้อ่านถือเสียว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศแต่เนื้อหาสาระก็ยังวนเวียนใกล้ๆวัดเสียเป็นส่วนใหญ่   วันนี้ก็จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโบราณสถานที่มีความสำคัญและเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านทวนและชาวกาญจนบุรี  ตลอดจนชาวไทยทั้งประเทศ   โบราณสถานที่จะนำเสนอต่อไปนี้คือพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช   มหาวีรกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวสยามประเทศ


                อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  วีระกษัตริย์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา     ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์    อำเภอพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรี    แรงบันดาลใจที่ทำให้มีการสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้น   เนื่องจากชาวบ้านดอนเจดีย์ตั้งแต่อดีตต่างมีความเชื่อว่าซากเจดีย์ที่อยู่กลางทุ่งแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก  มักจะมีปรากฏการณ์แปลกๆเกี่ยวกับอภินิหารต่างๆให้ชาวบ้านได้ประจักษ์อยู่เป็นประจำ   ทำให้ชาวดอนเจดีย์มีความนับถือองค์เจดีย์นี้มาก  จึงได้จัดให้มีบวงสรวงองค์พระเจดีย์ทุกปีใน  วันแรม    ค่ำ  เดือนยี่     ต่อมาได้มีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเจดีย์องค์นี้จากชาวบ้านและนักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่  ทำให้เกิดหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายอย่างที่เชื่อได้ว่าเจดีย์องค์นี้  น่าจะเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรน์สถานแห่งชัยชนะที่ได้ทรงทำยุทธหัตถีมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชา   เมื่อเกิดความเชื่อเช่นนี้  แล้วเจดีย์ยุทธหัตถีที่จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเจดีย์อะไรกันแน่ 

kkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk

kkkkซากเจดีย์ที่เชื่อเป็นเจดีย์ยุทธหัตถี  ที่ตำบลดอนเจดีย์  อำเภอพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรี

 

kkk

kkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkภาพถ่ายเจดีย์  ในอดีต

kkkkkk

kkkkkk

kkkkkkkkk     kภาพเปรียบเทียบองค์เจดีย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

เจดีย์ยุทธหัตถี  ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี   ผู้ที่เป็นคนเริ่มต้นของการค้นหาและสรุปว่าเจดีย์  ที่บ้านดอนเจดีย์  อำเภอศรีประจันต์   จังหวัดสุพรรณบุรี  ในปัจจุบันเป็นสถานที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างพระเจดีย์ยุทธหัตถีไว้  คือสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ท่านไม่ได้ทรงเชื่อด้วยความเห็นส่วนตัว  แต่ทรงเชื่อด้วยอาศัยหลักฐานและข้อมูลที่ค้นคว้าและรวบรวมไว้ได้ในขณะนั้น   พระองค์ได้นิพนธ์อธิบายสาเหตุของเรื่องความเชื่อจนนำไปสู่การตัดสินพระทัยสรุปว่าเจดีย์แห่งนั้นเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ไว้ในหนังสือนิทานโบราณคดี  ซึ่งจะยกมาเสนอต่อดังนี้ 

kkkkkkkkkkkkkkk

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  (พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย)

การที่ค้นพบพระเจดีย์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  มีเกี่ยวข้องกับตัวฉันอยู่บ้าง  และเหตุที่ค้นพบอยู่ก็ข้างแปลกประหลาด  จึงเล่าไว้ในนิทานเรื่องนี้ด้วย

บ้าง  และเหตุที่ค้นพบอยู่ก็ข้างแปลกประหลาด  จึงเล่าไว้ในนิทานเรื่องนี้ด้วยเรื่องสมเด็จพระนเรศวรฯ  ได้ทรงทำยุทธหัตถีคือขี่ช้างชนกันตัวต่อตัวกับพระมหาอุปราชาเมืองหงสาวดี  ฟันพระมหาอุปราชาสิ้นชีพบนคอช้าง  มีชัยชนะอย่างมหัศจรรย์และได้ทรงสร้างพระเจดีย์ไว้ตรงที่ทรงชนช้างองค์หนึ่งนั้น  เป็นเรื่องที่เลื่องลือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรฯ  สืบมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา  แต่มาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้หาปรากฏว่ามีใครได้เคยเห็นหรือรู้ว่าพระเจดีย์องค์นั้นอยู่ที่ตรงไหนไม่  มีแต่ชื่อเรียกกันว่า พระเจดีย์ยุทธหัตถี    หนังสือเก่าที่กล่าวถึงพระเจดีย์ยุทธหัตถีก็มีแต่ในหนังสือพระราชพงศาวดารว่าเมื่อสมเด็จพระนเรศวรฯ  ทรงชนะยุทธหัตถีแล้ว  ตรัสให้ก่อพระเจดียสถานครอบศพพระมหาอุปราชไว้    ตำบลตะพังกรุ  เพียงเท่านี้

 kkkkตัวฉันรักรู้โบราณคดีตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ก่อนเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย  นึกอยากเห็นพระเจดีย์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรฯ  มานานแล้ว  แต่ไม่สามารถจะไปค้นหาได้  เมื่อเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาไทย  จึงให้สืบถามหาตำบลตระพังกรุว่าอยู่ที่ไหน  ได้ความว่าเดิมอยู่ในเขตเมืองสุพรรณบุรี  แต่เมื่อย้ายเมืองกาญจนบุรีจากเขาชนไก่มาตั้งที่ปากแพรกในรัชกาลที่    โอนตำบลตระพังกรุไปอยู่ในเขตเมืองกาญจนบุรี   แต่ในเวลานั้นเมืองกาญจนบุรีก็ยังขึ้นอยู่ในกระทรวงกลาโหม  ไม่กล้าไปค้นต้องรอมาอีก    ปี  จนโปรดให้รวมหัวเมือง  ซึ่งเคยขึ้นกระทรวงกลาโหมและกรมท่ามาขึ้นอยู่ในกระทรวงมหาไทย  แต่กระทรวงเดียวมีโอกาสที่จะค้นหาพระเจดีย์ยุทธหัตถี   ฉันจึงสั่งพระยากาญจนบุรี  (นุช)  ซึ่งเคยรับราชการอยู่ใกล้ชิดกับฉันเมื่อยังเป็นที่หลวงจินดารักษ์ให้หาเวลาว่างราชการออกไปยังบ้านพังกรุเอง  สืบถามว่าพระเจดีย์ยุทธหัตถีที่สมเด็จพระนเรศวรฯ  ทรงสร้างมีอยู่ในตำบลนั้นหรือไม่  ถ้าพวกชาวบ้านไม่รู้  ก็ให้พระยากาญจนบุรีเที่ยวตรวจดูเองว่ามีพระเจดีย์โบราณที่ขนาดหรือรูปทรงสัณฐานสมกับเป็นของพระเจ้าแผ่นดินจะทรงสร้างมีอยู่ในตำบลตระพังกรุบ้างหรือไม่

kkkkพระยากาญจนบุรีไปตรวจอยู่นานแล้วบอกรายงานมาว่าบ้านตระพังกรุนั้นมีมาแต่โบราณเป็นที่ดอนต้องอาศัยใช้น้ำบ่อ  มีบ่อน้ำกรุอิฐข้างในซึ่งคำโบราณเรียกว่า ตระพังกรุ  อยู่หลายบ่อแต่ถามชาวบ้านถึงพระเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรฯ  ทรงสร้างแม้คนแก่คนเฒ่าก็ว่าไม่เห็นมีในตำบลนั้น  พระยากาญจนบุรีไปเที่ยวตรวจดูเอง  ก็เห็นมีแต่พระเจดีย์องค์เล็กๆ  อย่างที่ชาวบ้านชอบสร้างกันตามวัด  ดูเป็นของสร้างใหม่ทั้งนั้น  ไม่เห็นมีพระเจดีย์แปลกตา  ซึ่งสมควรจะเห็นว่าเป็นของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง  ฉันได้เห็นรายงานอย่างนั้นก็จนใจ  มิรู้ที่จะค้นหาพระเจดีย์ยุทธหัตถีต่อไปอย่างไรจนตลอดรัชกาลที่ 

kkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk kkkkkkk

kkkkkkkkพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่    แห่งราชวงศ์จักรี

kkkkkkkkkkk

kเจดีย์ยุทธหัตถี ที่พระยากาญจนบุรีรายงานว่าเป็นเจดีย์องค์เล็กไม่น่าจะใช่เจดีย์ยุทธหัตถี

kkkkkkkพระปรางค์และเจดีย์คู่ใกล้กับเจดีย์ยุทธหัตถี  ศิลป์อยุธยา 

kkkkkkkkkk                  ลวดลายปูนปั้นของพระปรางค์

kkkkkkkkkkkk

kkkkkพระปรางค์วัดทานกัณฐ์ (ร้าง)  หน้าที่ว่าการอำเภอพนมทวน

kkkkkkkkkkkk

kkkkkkkkkkkkkซากเจดีย์วัดบ้านน้อย (วัดร้าง)

kkkkkkหลังจากพระยากาญจนบุรีรายงานว่าไม่พบเจดีย์ที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นเจดีย์ยุทธหัตถี  ดังนั้นสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ก็ได้มีคำสั่งให้เจ้าเมืองสุพรรณบุรีออกสำรวจดูว่าเมืองสุพรรณบุรีมีเจดีย์ยุทธหัตถีหรือไม่   ปรากฏว่า  พระยาสุพรรณบุรี  (อี่  กรรณสูตร)  เจ้าเมืองสุพรรณบุรี  ในขณะนั้น  ต่อมาภายหลังเป็นพระยาสุนทรบุรีฯ  สมุหเทศาภิบาลมณฑลไชยศรี  ได้ออกสำรวจไปสืบจนพบว่าที่เมืองสุพรรณบุรีมีตำบลหนองสาหร่ายตรงกับพงศาวดารในสมัยสมเด็จพระนเรศวรฯ   โดยรายงานว่าตำบลหนองสาหร่ายนั้นยังมีอยู่ใกล้กับลำน้ำท่าคอย  ทางทิศตะวันตก  เมืองสุพรรณบุรี (คือลำน้ำเดียวกันกับลำน้ำจระเข้สามพันที่ตั้งเมืองอู่ทองนั่นเอง  แต่อยู่เหนือขึ้นไปไกล)พระยาสุพรรณบุรีได้ออกไปที่ตำบลนั้นสืบถามถึงพระเจดีย์โบราณ  พวกชาวบ้านบอกว่ามีอยู่ในป่าตรงที่เรียกกันว่า  ดอนพระเจดีย์  องค์หนึ่งพระยาสุพรรณบุรี  ถามต่อไปว่าเป็นพระเจดีย์ของใครสร้างไว้รู้หรือไม่  พวกชาวบ้านตอบว่าไม่รู้ว่าใครสร้าง  เป็นแต่ผู้หลักผู้ใหญ่บอกเล่าสืบมาว่า  พระนเรศวรฯกับพระนารายณ์ชนช้างกันที่ตรงนั้น

kkkkkkkก็เป็นอันได้เรื่องที่สั่งให้ไปสืบ  พระยาสุพรรณบุรี  จึงให้พวกชาวบ้านพาไปยังดอนเจดีย์  เมื่อแรกไปถึงไม่เห็นมีพระเจดีย์อยู่ที่ไหน  เพราะต้นไม้ขึ้นปกคลุมพระเจดีย์มิดหมดทั้งองค์  จนผู้นำทางเข้าไปถางเป็นช่องให้มองดู  จึงแลเห็นอิฐที่ก่อฐานรู้ว่าพระเจดีย์อยู่ตรงนั้น  ถ้าไม่รู้จากชาวบ้านไปก่อน  ถึงใครจะเดินผ่านไปใกล้ๆก็เห็นจะไม่รู้ว่ามีพระเจดีย์อยู่ตรงนั้น   ฉันนึกว่าคงเป็นเพราะเหตุนั้นเอง  จึงไม่รู้ว่าพระเจดีย์ยุทธหัตถียังมีอยู่เลยหายไปกว่า  ๑๐๐  ปี  พระยาสุพรรณบุรีระดมคนให้ช่วยกันตัดต้นไม้ที่ปกคลุมออกหมดแล้วให้ช่างฉายรูปพระเจดีย์ส่งมาให้ฉันด้วยกันกับรายงาน  สังเกตดูเป็นพระเจดีย์มีฐานทักษิณเป็น    เหลี่ยม     ชั้น   ขนาดฐานทักษิณชั้นล่างกว้างยาว    วา  แต่องค์พระเจดีย์เหนือฐานทักษิณชั้นที่    ขึ้นไป  หักพังเสียหมดแล้ว  รูปสัณฐานจะเป็นอย่างไรไม่รู้ไม่ได้ประมาณขนาดสูงของพระเจดีย์เมื่อยังบริบูรณ์  เห็นจะราวเท่าๆกับพระปรางค์ที่วัดราชบูรณะในกรุงเทพฯ  พอฉันเห็นรายงานกับรูปฉายที่พระยาสุพรรณบุรี  ส่งมาก็สิ้นสงสัย  รู้ว่าพบพระเจดีย์ยุทธหัตถีเป็นแน่แล้ว  มีความยินดีแทบเนื้อเต้น  รีบนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ก็ทรงปิติโสมนัสตรัสว่าพระเจดีย์ยุทธหัตถีเป็นอนุสาวรีย์เฉลิมเกียรติของเมืองไทยสำคัญอย่างยิ่งแห่งหนึ่งถึงอยู่ไกลไปลำบากก็จะเสด็จไปสักการบูชา  จึงทรงพระราชอุตสาหะเสด็จไปเมื่อ  พ.ศ.  ๒๔๕๖  ด้วยประการฉะนี้   

kkkkkkkkkkkkkkk

kkkkพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่    แห่งราชวงศ์จักรี

kkkkด้วยความตอนต้นในพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ซึ่งยกมาอ้างแล้วในตอนต้น   ทำให้ทราบว่าความจริงแล้วก่อนที่พระองค์จะสรุปว่ารากฐานเจดีย์ที่บ้านดอนเจดีย์หรือดอนทำพระที่อำเภอศรีประจันต์เป็นเจดีย์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรนั้น   พระองค์ได้ทรงให้เริ่มค้นหาเจดีย์ที่ว่านั้นในเมืองกาญจนบุรีก่อน  เพราะพระองค์เองก็ทรงเชื่อแต่เดิมว่าเจดีย์ดังกล่าวน่าจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในปัจจุบัน  ด้วยว่าบ้านพนมทวนที่ปรากฏว่าอยู่ในพงศาวดารนั้นมีอยู่จริง  และปัจจุบันถูกยกเป็นอำเภอหนึ่ง  เคยขึ้นกับจังหวัดหรือเมืองสุพรรณบุรี  จนต่อมาย้ายไปสังกัดเมืองกาญจนบุรี   จึงมีรับสั่งให้เจ้าเมืองกาญจนบุรีช่วยค้นหา   เมื่อเจ้าเมืองกาญจนบุรีแจ้งมาว่า  ไม่เจอเจดีย์ที่เห็นสมควรว่าเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์สร้าง   โดยการคิดและตัดสินใจเอาเอง  เจ้าเมืองกาญจนบุรีทูลสรุปรายงานไปเช่นนั้น   สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  จึงปลงพระทัย  จนต่อมาได้รับรายงานว่ามีการค้นพบเจดีย์ที่ว่านั้นที่บ้านดอนทำพระ  อำเภอศรีประจันต์  จังหวัดสุพรรณบุรี  ตามความในนิพนธ์ของพระองค์ท่าน   ซึ่งท่านผู้อ่านทั้งหลายคงจะได้อ่านกันไปแล้วในเบื้องต้น

kkkkkด้วยความตอนต้นในพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ซึ่งยกมาอ้างแล้วในตอนต้น   ทำให้ทราบว่าความจริงแล้วก่อนที่พระองค์จะสรุปว่ารากฐานเจดีย์ที่บ้านดอนเจดีย์หรือดอนทำพระที่อำเภอศรีประจันต์เป็นเจดีย์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรนั้น   พระองค์ได้ทรงให้เริ่มค้นหาเจดีย์ที่ว่านั้นในเมืองกาญจนบุรีก่อน  เพราะพระองค์เองก็ทรงเชื่อแต่เดิมว่าเจดีย์ดังกล่าวน่าจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในปัจจุบัน  ด้วยว่าบ้านพนมทวนที่ปรากฏว่าอยู่ในพงศาวดารนั้นมีอยู่จริง  และปัจจุบันถูกยกเป็นอำเภอหนึ่ง  เคยขึ้นกับจังหวัดหรือเมืองสุพรรณบุรี  จนต่อมาย้ายไปสังกัดเมืองกาญจนบุรี   จึงมีรับสั่งให้เจ้าเมืองกาญจนบุรีช่วยค้นหา   เมื่อเจ้าเมืองกาญจนบุรีแจ้งมาว่า  ไม่เจอเจดีย์ที่เห็นสมควรว่าเป็นเจดีย์ที่กษัตริย์สร้าง   โดยการคิดและตัดสินใจเอาเอง  เจ้าเมืองกาญจนบุรีทูลสรุปรายงานไปเช่นนั้น   สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  จึงปลงพระทัย  จนต่อมาได้รับรายงานว่ามีการค้นพบเจดีย์ที่ว่านั้นที่บ้านดอนทำพระ  อำเภอศรีประจันต์  จังหวัดสุพรรณบุรี  ตามความในนิพนธ์ของพระองค์ท่าน   ซึ่งท่านผู้อ่านทั้งหลายคงจะได้อ่านกันไปแล้วในเบื้องต้น kkkkในปี  พ.ศ.  ๒๕๑๒  นั่นเอง   พลเอกหลวงกัมปนาทแสนยากร  องคมนตรี   ได้ทราบเรื่องการค้นพบเจดีย์และโครงกระดูกช้าง  ม้า  และข้าวของเครื่องใช้สงครามจำนวนมาก   ท่านจึงได้เริ่มส่งผู้เชี่ยวชาญในทางโบราณคดีเข้ามาศึกษา  หลังจากนั้นมานักประวัติศาสตร์   นักโบราณคดี  รุ่นปัจจุบันได้พยายามศึกษาค้นคว้าเทียบเคียงหลักฐานต่างๆ  จนพอจะสรุปได้ว่า  ด้วยลักษณะการก่อสร้างของเจดีย์นั้นไปสอดคล้องกับลักษณะศิลปะร่วมสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ   โดยอ้างหลักฐานที่วัดวรเชษฐารามเป็นตัวอย่าง  กลุ่มหนึ่งก็อ้างว่าลักษณะการก่อสร้างพระเจดีย์หรือสถูปดังกล่าวมีคล้ายเคียงพระเจดีย์ที่  วัดใหญ่ชัยมงคล  ซึ่งได้สรุปกันแล้วว่าเป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมีรับสั่งให้ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะอีกที่หนึ่ง

kkkจึงมีคำถามต่อมาว่า  หากพระสถูปเจดีย์ที่ค้นพบที่ข้างตระพังกรุบ้านพนมทวนเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีของพระนเรศวรที่แท้จริงแล้ว   รากฐานพระเจดีย์ที่บ้านดอนเจดีย์  อำเภอศรีประจันต์   จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นอะไร    นักโบราณคดีอีกคณะหนึ่งก็ได้ใช้ทักษะทางศิลปะโบราณคดีมาเทียบเคียง  มีการนำลักษณะของฐานพระเจดีย์ที่ค้นพบที่บ้านดอนทำพระ  ที่อำเภอศรีประจันต์   จังหวัดสุพรรณบุรี    ปัจจุบันไปเทียบเคียงกับลักษณะทางศิลปะการก่อสร้างพระเจดีย์ในอดีต  ไปพบว่าคล้ายกับพระเจดีย์ที่นิยมสร้างในยุคสมัยทวารวดี   ไม่เพียงแค่นั้น   นักโบราณคดีกลุ่มนี้ยังได้ใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย  โดยการนำเศษอิฐเศษปูนที่ฐานพระเจดีย์ดังกล่าวไปผ่านกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์เพื่อทดสอบหาอายุ  ก็ประมาณได้กันออกมาว่า  มีอายุเก่าแก่กว่าสมัยกรุงศรีอยุธยาและที่สำคัญไปเหมือนกับเศษอิฐเศษปูนที่ได้จากซากโบราณคดีที่เชื่อกันว่าสร้างยุคสมัยทวารวดีจริงๆ    จากการประมวลหลักฐานทางโบราณวัตถุและการค้นพบซากกระดูกช้าง  ม้า  อาวุธ  ตลอกจนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆจำนวนมาก  ทำให้คุณนเรศ   นโรปกรณ์  ได้สรุปเหตุผล  ๑๐  ประการ  ที่ควรเชื่อว่าพระเจดีย์ที่พนมทวนเป็นพระเจดีย์ยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร  ดังนี้ kkk

kkkkk๑.ในพื้นที่บริเวณเจดีย์ยุทธหัตถีและบริเวณใกล้เคียงชาวบ้านพบกระดูกช้าง  กระดูกม้า  กรามช้าง  กะโหลกช้าง  และกระดูกคนจำนวนมากมาย  ซึ่งแสดงว่าสถานที่แห่งนี้จะต้องเป็นที่กระทำสงครามครั้งยิ่งใหญ่   หากไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีมากมายถึงขนาดนั้น

kkkkkkkkkkk

kkkkkkkkkkkkกะโหลกช้าง  ภายในศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

kkk๒.ชาวบ้านดอนเจดีย์  ได้พบเครื่องศัตราวุธ  เครื่องม้า  เครื่องช้าง  ซึ่งประกอบด้วย  หอก  ดาบ  ยอดฉัตร   โกลนม้า  ขอสับช้าง  โซ่ล่ามช้าง  แป้นครุฑขี่สิงห์จับนาค  ฯลฯ  ปัจจุบันได้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภันฑ์ศูนย์นิทัศการพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวร  บริเวณด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์  ที่บ้านดอนเจดีย์   อำเภอพนมทวน   จังหวัดกาญจนบุรี 

kkk

kkkเครื่องประดับช้างศึก  และ  ม้าศึก                        kkkk  อาวุธยุทโธปกรณ์ประกอบการรบ(ทวน  และ  ดาบ)

kkk

kkkปืนใหญ่ประจำช้างศึก                                                                 โซ่ล่ามช้าง

kkkkk๓.ชาวบ้านดอนเจดีย์ส่วนใหญ่ใช้นามสกุล  คชายุทธ   มาลาพงศ์  และ  ดอนเจดีย์  นามสกุลเหล่านี้มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์พระเจดีย์แห่งนี้  และการตั้งนามสกุลได้ตั้งในสมัยรัชกาลที่     ซึ่งเป็นช่วงเริ่มในการค้นหาพระเจดีย์ยุทธหัตถี kkk๔.ชื่อตำบลตะพังกรุ   หนองสาหร่าย   ที่ระบุในพระราชพงศาวดาร  เป็นสถานที่ที่มีอยู่ในอำเภอพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรีจริง  ซึ่งแต่เดิมขึ้นอยู่กับแขวงเมืองสุพรรณบุรี  ต่อมาภายหลังได้มีการแบ่งเขตการปกครอง  โดยอำเภอพนมทวนมาขึ้นกับจังหวัดกาญจนบุรี  ในสมัยรัชกาลที่ 

kkk๕.เส้นทางการเดินทัพของพม่า สู่  ไทย   โดยทัพพม่าจะเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์  ผ่านทุ่งลาดหญ้า   เขาชนไก่   เมืองกาญจนบุรีเก่า   ปากแพรก   บ้านทวน  (พนมทวน)   อู่ทอง  สุพรรณบุรี ป่าโมก(อ่างทอง)  ตรงสู่กรุงศรีอยุธยา  จะเห็นได้ว่าเจดีย์ยุทธหัตถีองค์นี้ตั้งอยู่ในเส้นทางการเดินทัพ  คืออำเภอพนมทวน kkk๖.เจดีย์ยุทธหัตถีบ้านดอนเจดีย์  เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ที่วัดช้าง  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าเจดีย์องค์นี้  สร้างในสมัยอยุธยา

kkk๖.เจดีย์ยุทธหัตถีบ้านดอนเจดีย์  เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะคล้ายกับเจดีย์ที่วัดช้าง  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าเจดีย์องค์นี้  สร้างในสมัยอยุธยา

kkk๗.ในพงศาวดารได้กล่าวไว้ว่า ช้างศึกได้กลิ่นน้ำมันคชาสารก็ตกมันตลบปะปนกันเป็นอลหม่าน  พลพม่ารามัญก็โทรมยิงธนู  หน้าไม้  ปืนไฟ  ระดมเอาพระคชสารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์และธุมากรกตลบมืดไปหมอกมัวไป...  แสดงว่าที่ทรงทำยุทธหัตถีพื้นที่จะต้องเป็นดินปนทราย  จึงมีฝุ่นฟุ้งไปทั่ว   จากพงศาวดารที่ได้กล่าวมานี้  ทำให้สอดคล้องกับพื้นที่บริเวณเจดีย์ยุทธหัตถีแห่งนี้  เนื่องจากพื้นที่รอบองค์พระเจดีย์  เป็นที่ดอนและดินปนทราย  ซึ่งหลักฐานที่ประจักษ์ชัด  คือ  หมู่บ้านที่ติดกับองค์พระเจดีย์ชื่อว่าหมู่บ้านหลุมทราย  แสดงว่าพื้นที่แถบนั้น  จะต้องมีทรายมาก

kkk๘.ที่ดอนเจดีย์แห่งนี้มีต้นข่อยขนาดใหญ่  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นข่อยที่สำคัญทางประวัติศาสตร์  อยู่ห่างจากเจดีย์ประมาณ  ๑๐๐  เมตร  ดังพระราชพงศาวดารกล่าวไว้ว่า  ครั้นเหลือบไปฝ่ายทิศขวา  พระหัตถ์ก็เห็นช้างเศวตรฉัตรช้างหนึ่งยืนอยู่    ฉายาข่อย  มีเครื่องสูง  และทหารหน้าช้างมาก  ก็เข้าพระทัยถนัดว่า  ช้างพระมหาอุปราชา  พระเจ้าอยู่หัวทั้งสองก็ขับพระคชสารตรงเข้าไป.....

kkk kkk๙.เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ฟันพระมหาอุปราชาขาดคอช้างแล้ว  ทัพไทยได้ไปทันพอดี  จึงไล่ฆ่าฟันทหารพม่าอย่างมันมือ  จากตระพังกรุไปถึงกาญจนบุรี  ทหารไทยฆ่าฟันผู้คนพม่า  ๒๐,๐๐๐  คน  จับช้างใหญ่สูง    ศอก  ได้  ๓๐๐   เชือก   ช้างพลายพัง  ๕๐๐   เชือก   ม้าอีก  ๒,๐๐๐  เชือกเศษ   จะเห็นว่าจากเจดีย์ยุทธหัตถีบ้านดอนเจดีย์  ไปกาญจนบุรี(เก่า)  มีระยะทางประมาณ  ๑๗  กิโลเมตร  จึงเป็นไปได้ที่ทหารไทยจะไล่ฆ่าฟันพม่าในวันเดียวกันถึงเมืองกาญจนบุรี(เก่า)  ซึ่งระยะทางห่างกันไม่มากนัก

kkk kkk๑๐.ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา  ฉบับ  วัน  วลิต  ได้กล่าวไว้ว่า  การทำยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาได้กระทำใกล้วัดร้างแห่งหนึ่ง  ซึ่งจะตรงกับสภาพพื้นที่เจดีย์ยุทธหัตถีของเจดีย์ราว  ๑.๕  กิโลเมตร   ปัจจุบันคือวัดบ้านน้อย  และยังมีเจดีย์และโบสถ์เก่าแก่ให้เห็นอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้.....    

kkk

kkkk บริเวณวัดบ้านน้อย (วัดร้าง)                                         ซุ่มประตูวัดบ้านน้อย

บริเวณวัดบ้านน้อย (วัดร้าง)                                          ซากเจดีย์วัดบ้านน้อย (วัดร้าง)

kkkkโบสถ์วัดบ้านน้อย(วัดร้าง)                                   พระประธานในโบสถ์สมัยอยุธยา

ท้องที่แถบบ้านดอนเจดีย์จะพบตระพังกรุ(บ่อน้ำ)ทั่วไป    ตระพังกรุวัดบ้านน้อย

kkkหลังจากการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลของบรรดานักโบราณคดี  นักประวัติศาสตร์  และผู้สนใจจำนวนหนึ่ง  ต่อมาก็มีผู้ทำการกราบบังคมทูลเรื่องดังกล่าวให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันทรงทราบ   พระองค์จึงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้พระเจ้าลูกเธอสองพระองค์   คือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา  และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์  เสด็จมาทอดพระเนตรพระเจดีย์ที่บ้านดอนเจดีย์   อำเภอพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรี  เมื่อวันที่  ๒๐  สิงหาคม   พ.ศ.  ๒๕๑๕

k

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  เสด็จดอนเจดีย์(๖  ธ.ค.๒๕๑๖)

k

 

kkkภายหลังจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ได้ทอดพระเนตร   และนำสิ่งที่ได้ทอดพระเนตรไปกราบบังคมทูล  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี   ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรพระเจดีย์ยุทธหัตถี    บ้านดอนเจดีย์  อำเภอพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรี  เมื่อวันที่     ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๑๖   หลังจากนั้น  การปรับปรุงสถานที่และดำเนินการก่อสร้างพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรก็เกิดขึ้น   เพื่อยกสถานที่แห่งนั้นให้เป็นสถานที่สำคัญของสมเด็จพระนเรศวร   การดำเนินงานเริ่มขึ้นในราวปี พ.ศ.  ๒๕๔๒  ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆราช   โดยทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์เริ่มการก่อสร้างในปี  พ.ศ.  ๒๕๔๓  และเมื่อสร้างเสร็จ  คณะกรรมการผู้ดำเนินงานสร้างก็ได้กราบบังคมทูลฯ  จึงทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  สยามมกุฎราชกุมารเสด็จมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช    บริเวณใกล้ๆองค์เจดีย์ยุทธหัตถีบ้านดอนเจดีย์  อำเภอพนมทวน   จังหวัดกาญจนบุรี  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๔๗

kkk

kkk

kkk

kkkkkkkพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทอดพระเนตรดอนเจดีย์พนมทวน

kkkkkkk

k

kk

kkสมเด็จพระสังฆราชเสด็จ  ปี  พ.ศ.  ๒๕๔๒           พระเทพฯเสด็จวางศิลาฤกษ์  ปี  ๒๕๔๓ 

kkkkk

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  สยามมกุฎราชกุมาร  เสด็จเปิดอนุสาวรีย์ฯ  ปี  พ.ศ.  ๒๕๔๗

kkkนายอารามบอยได้นำเสนอรายละเอียดบางส่วนจากหนังสือตามรอยพระยุคลบาทมหาราชสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ซึ่งเรียบเรียงโดยนายฉลอง  เจยาคม   มาเพื่อให้ผู้สนใจในพระประวัติสมเด็จพระนเรศวรได้ศึกษาค้นคว้าหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใหม่ๆมาประกอบในการยืนยันสถานที่ที่สมเด็จพระนเรศวรได้ทำยุทธหัตถีว่าอยู่ที่ใดแน่   เพื่อให้การศึกษาประวัติศาสตร์ของไทยไม่มีวันตาย  เป็นการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยอย่างเป็นวิทยาศาสตร์มาขึ้น

kkk

ต่อจากนี้  นายอารามบอยจะเสนอภาพบรรยากาศรอบๆบริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของชาวไทย  เชิญชอบได้แล้วครับ

 

 

 

 

ความสง่างามของอนุสาวรีย์     สมเด็จพระวันรัตน์วัดป่าแก้ว  พระอาจารย์สมเด็จพระนเรศวร

kkkkkkความสง่างามของอนุสาวรีย์สมพระเกียรติยศสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ศาลสมเด็จพระนเรศวร  หน้าเจดีย์ยุทธหัตถี         รูปหล่อเหมือนสมเด็จพระนเรศวรภายในศาล

รูปไก่ชนพันธุ์เหลืองหางขาว  ที่ชาวบ้านนำมาสัการะสมเด็จพระนเรศวรโดยเชื่อว่าจะประสบผลสำเร็จดังใจ

kkkkkkร้านโอท็อปดอนเจดีย์มีสินค้าที่ระลึกจำหน่ายราคาย่อมเยา

kkkkkkkkkkk

kkkkkkkkkkkkkkรอยยิ้มหวานๆจากสาวโอท็อป

kkkkkkkคณะครูนำนักเรียนมาชมสุริยุปราคาบริเวณอนุสาวรีย์

kkkkkkkเป็นแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมนอกสถานที่ของนักเรียน

kkkkมาถึงตอนนี้นายอารามบอบของเชิญชวนทุกท่านเดินทางมาเที่ยวอนุสรณ์สถานที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตรไทยสมัยกรุงศรีอยุธยานามว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราช    บ้านดอนเจดีย์   อำเภอพนมทวน   จังหวัดกาญจนบุรี   และอย่าลืมแวะชิมลูกตาลสดและน้ำตาดสดจากบรรดาแม่ค้าที่ตั้งเพิงขายอยู่ริมทาง   รับรองว่าอร่อยสุดๆ  สวัสดี  

 

 


ลิขสิทธิ์ © 2009 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-564280 Email onabkri@gmail.com