forex trading logo


KANCHANABURI

JEvents Calendar

Last month May 2018 Next month
S M T W T F S
week 18 1 2 3 4 5
week 19 6 7 8 9 10 11 12
week 20 13 14 15 16 17 18 19
week 21 20 21 22 23 24 25 26
week 22 27 28 29 30 31

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้492
mod_vvisit_counterวานนี้525
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3531
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน3480
mod_vvisit_counterเดือนนี้14736
mod_vvisit_counterเดือนก่อน18751
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด3452160

We have: 32 guests online
Your IP: 103.55.142.140
 , 
Today: พ.ค. 26, 2018
วัดไชยชุมพลชนะสงคราม PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล   

เที่ยววัดกับนายอารามบอย

วันนี้นายอารามบอยจะพาท่านเที่ยววัดพระอารามหลวงวัดที่    ของจังหวัดกาญจนบุรี  หลัง

จากได้นำเสนอไปแล้ว    วัด  คือวัดเทวสังฆาราม  และ  วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร   พระ

อารามหลวงที่จะพาท่านไปเที่ยวนี้มประวัติความเป็นมาอย่างไรและมีความสำคัญอย่างไรกับ

ชาวจังหวัดกาญจนบุรี    เชิญตามนายอารามบอยไปรู้จักกับวัดไชยชุมพลชนะสงคราม 

ได้เลยครับ

 

     

                              วัดไชยชุมพลชนะสงคราม

วัดไชยชุมพลชนะสงคราม  หรือ  ชื่อที่ชาวจังหวัดกาญจนบุรีเรียกขานอีกนามหนึ่งว่าวัด

ใต้ ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ เมื่อวันที่  ๒๐ พฤศจิกายน  

๒๕๒๑   ตั้งอยู่เลขที่  ๒๒๗  ถนนไชยชุมพล   ตำบลบ้านใต้   อำเภอเมืองกาญจนบุรี 

จังหวัดกาญจนบุรี  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  พื้นที่ที่ตั้งวัดมีเนื้อที่  ๔๔  ไร่  งาน 

๘๑  ตารางวา   โดยมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน  เป็นโฉนดเลขที่  ๑๔๓๔  เล่มที่  ๑๕  

หน้า  ๓๔  เลขที่ดิน  ๖๒  หน้าสำรวจ  ๓๘๕

 

  

มีอาณาเขตติดต่อ  ดังนี้

ทิศเหนือ             จดหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงฉบับที่ 

ทิศใต้                จดที่ดินเลขที่    ถนนไชยชุมพล

ทิศตะวันออก       จดที่ดินของชาวบ้าน  เลขที่  ๔ , ๕ , ๖ , ๗ , ๑๒ , ๒๔  , ๑ , ๘ , ๙

ทิศตะวันตก        จดแม่น้ำแม่กลอง

 

 แพวัดด้านติดแม่น้ำแม่กลอง                    นั่งเล่นริมน้ำ  ชมฝูงปลานานาชนิด

วัดไชยชุมพลชนะสงคราม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม 

พ.ศ.๒๔๘๔  พระอุโบสถหลังเก่าได้ผูกพัทธสีมาเมื่อปีใดไม่มีหลักฐานยืนยัน   ส่วน

พระอุโบสถหลังใหม่ได้ทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๐๗ มี

เขตวิสุงคามสีมากว้าง  ๔๐เมตร ยาว ๘๐ เมตร

 

ประวัติความเป็นมาของวัดไชยชุมพลชนะสงคราม 

วัดไชยชุมพลชนะสงคราม  (วัดใต้)   ตำบลบ้านใต้  อำเภอเมืองกาญจนบุรี  ตั้งอยู่

บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง   ด้านทิศตะวันออก  อยู่ห่างทางใต้จากจุดแม่น้ำแคว    แคว 

ไหลมาบรรจบกันประมาณ  ๑๐  เส้น  ตำบลที่ตั้งวัดอยู่เดิมเรียกว่า ตำบลปากแพรก   

ที่เรียก  ดังกล่าว  เนื่องจากแพรกแห่งลำน้ำทั้งสองคือ  แควไทรโยค (แควน้อย) 

กับแควศรีสวัสดิ์ (แควใหญ่) ไหลมาบรรจบรวมเป็นสายเดียวกัน  เป็นต้นกำเนิดของ

แม่น้ำแม่กลอง   จึงเรียกตำบลนี้ว่า  ตำบลปากแพรก  มาแต่โบราณ    

แควน้อยไหลมาบรรจบแควใหญ่(ปากแพรก)  บริเวณแควทั้งมาบรรจบกันแม่น้ำจะเป็นสองสี

ในสมัยรัชกาลที่ ๑  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  พ.ศ.  ๒๓๒๘   พระเจ้าปะดุง (พม่า)  ยกทัพใหญ่มาตี

เมืองไทย  กำลังส่วนใหญ่ของพม่าเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์  ตรงเข้ามายังเมืองกาญจนบุรี 

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดเกล้าฯ  ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมพระราช

วังบวรสถานมงคล   ยกทัพไปตั้งรับที่ตำบลลาดหญ้า  ริมเขาชนไก่  ลงมาตั้งที่ตำบลปากแพรกแห่ง

นี้  ทางด้านฝั่งซ้ายของแม่น้ำ  ตรงที่แควทั้งสองไหลมาบรรจบกันนี้เอง   ดังที่ปรากฏในพระราชนิ

พนธ์เสด็จประพาสไทรโยคตอนหนึ่งว่า  เมืองกาญจนบุรีแต่ก่อนมาก็เป็นระเนียดไม้ ตลอดมาจน

ถึงพระบาทสมเด็จนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวออกมาขัดทัพก็เป็นระเนียดไม้อยู่  ต่อมาปี  พ.ศ.  ๒๓๗๔  ใน

รัชกาลที่    แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ได้โปรดฯ  ให้ก่อสร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการขึ้นเป็นอย่าง

ถาวร  ห่างจากริมริมฝั่งประมาณ    เส้นเศษ(ปรากฏซากกำแพงเมืองบางส่วนในปัจจุบันนี้) 

ประตูเมืองกาญจนบุรี

 

 

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จ

พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว                                 ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี

 

                ตั้งแต่นั้นมา  วัดและหมู่บ้านที่อยู่ในบริเวณตัวเมือง  วัดใดบ้านใดที่อยู่ด้านเหนือเมืองชาว

บ้านก็เรียกว่า  วัดเหนือ  บ้านเหนือ  วัดใดบ้านใดที่อยู่ด้านใต้เมืองชาวบ้านก็เรียกว่า  วัดใต้  บ้านใต้  

บ้านใต้ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา   ต่อมาภายหลังตำบลปากแพรกได้แยกเขตการปกครองออกเป็น 

ตำบลไ ด้แก่ตำบลบ้านเหนือ   ตำบลบ้านใต้   ตำบลปากแพรก  จนถึงปัจจุบันนี้ (ตำบลบ้านเหนือและ

ตำบลบ้านใต้อยู่ในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี)

 

   เสาหลักเมืองกาญจนบุรี                                      ศูนย์รวบจิตใจชาวกาญจนบุรี

               ในการสร้างเมืองโปรดเกล้าฯ  ให้เจ้าพระยาพระคลัง  ว่าที่พระสมุหกลาโหม (สมเด็จ

เจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ดิส   หรืออีกนัยหนึ่งเรียกกันว่าสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ในรัชกาลที่ ๔) 

ออกมาดูที่สร้างป้อมกำแพง  เกณฑ์รามัญทอิฐ  ปัดหน้าที่ให้เลขาเมืองราชบุรี  เลขาเมืองกาญจนบุรีก่อ

กำแพง  พระยากาญจนบุรีเป็นกองทำเมือง  (พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่    ฉบับเจ้าพระยาทิพา

กรวงศ์)  พระยากาญจนบุรีในสมัยนั้นชื่อพระยาประสิทธิสงคราม  นามเต็มว่า  พระยาประสิทธิสงคราม

รามภักดีศรีพิเศษประเทศนิคมภิรมย์ราไชยสวรรค์  พระยากาญจนบุรี  นามเดิมไม่ปรากฏแต่มีฉายา

ตามที่เรียกกันว่า พระยาตาแดง  หรือ  เจ้าเมืองตาแดง  เดิมเป็น  ที่พระราชวรินทร์  เจ้ากรมพระตำรวจ

และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีคนที่     ของเมืองกาญจนบุรี  เมื่อ  พ.ศ.  ๒๓๖๘  พระ

ยาประสิทธิสงครามหรือเจ้าพระยาตาแดงผู้นี้เป็นผู้ดำเนินการสร้างป้อมปราการและกำแพงขึ้นใหม่และ

เสร็จในปี  พ.ศ.  ๒๔๗๕  ปรากฏในอักษรได้จารึกหลักศิลาเมืองกาญจนบุรี อันเป็นประกาศพระราช

ปณิธานของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ตอนหนึ่งว่า  พระพุทธศักราชล่วงแล้ว 

๒๓๗๔  พระพรรษาเศษ  เดือนล่วง  ๑๐  เดือน  วันล่วง  ๑๐  วัน  จุลศักราช  ๑๑๙๓   ปีเถาะ  นัก

กษัตร  ศรีศกล่วง   พระยา  พระ  หลวง  ขุน  หมื่น  กรมการ  ๕๖๐  คน   ก่ออิฐทั้งสิ้น  ๒,๔๘๓,๕๐๐  ศิ

ลา รากป้อมรากกำแพงเศษปูน  ๖๑๗  เกวียน  ทำแล้ววันพฤหัสบดี  แรม  ๑๓  ค่ำ  เดือน ๔ปีมะ

โรง  ฯลฯเดชะข้าพระพุทธเจ้าได้สร้างวัดและปฏิสังขรณ์พระอารามแขวงเมืองกาญจน์     อาราม 

ในกรุงเทพ  อาราม  ฯลฯ

 

    กำแพงเมืองที่บูรณะใหม่แล้ว                      กำแพงเมืองด้านจวนผู้ว่าราชการ

ข้อความศิลาจารึกในตอนนี้น่าเสียดายว่าไม่ได้ลงนามวัดที่โปรดเกล้าฯให้สร้างและปฏิสังขรณ์และวัด

ไชยชุมพลชนะสงคราม(วัดใต้)  ตั้งอยู่ท้ายสุดกำแพงเมืองด้านใต้   ห่างจากกำแพงเมืองไปหน่อยน่า

จักได้เป็นอาราม    ในจำนวน    อารามที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกนั้น  แต่ยังไม่มีหลักฐานอื่นใด

ที่จะทราบได้โดยแน่ชัด     อนึ่งวัดไชยชุมพลชนะสงคราม  (วัดใต้)  นับเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของ

จังหวัดกาญจนบุรีมาแต่โบราณกาลวัดหนึ่ง  หาประวัติเป็นที่แน่นอนไม่ได้ว่าสร้างมาตั้งแต่เมื่อใด 

ใครเป็นผู้สร้างกันแน่   อาศัยทราบจากผู้เฒ่าเล่าต่อกันมาว่าพระยาตาแดงเป็นผู้สร้าง   แต่จะเป็นการ

สร้างขึ้นใหม่  หรือซ่อมแซมบูรณะต่อเติมจากของเดิมซึ่งมีอยู่มาก่อนแล้วก็ได้   ทั้งนี้เพราะทราบกัน

แต่คำบอกเล่าต่อๆกันมาเท่านั้น  จะเท็จจริงประการใดยังไม่มีหลักฐานหรือตำนานการสร้างวัดนี้

 

 ซากกำแพงเมืองเดิมที่ยังไม่รับการบูรณะ     ซากกำแพงเมืองด้านโรงกระดาษข้างวัดใต้

              วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้)  เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ระหว่างสงครามไทย

รบกับพม่ามาแต่โบราณ  ส่วนมากทัพพม่าจะต้องยกทัพมาทางด่านพระเจดีย์    องค์  ผ่านตรงเข้า

จังหวัดกาญจนบุรีแทบทุกครั้ง   และกองทัพไทยที่ยกออกไปต่อต้านทัพพม่าก็จะต้องมาพักแรมประ

ชุมพลที่ตำบลปากแพรก  หรือบริเวณอาณาเขตวัดไชยชุมชนะสงคราม   แทบทุกครั้งไป  ในรัชสมัย

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  รัชกาลที่     แห่งราชวงศ์จักรี  ไทยได้ทำสงครามกับ

พม่าและมีการสู้รบกันที่จังหวัดกาญจนบุรี      ครั้ง  ดังนี้

๑.ไทยรบชนะพม่าที่ทุ่งลาดหญ้า (กาญจนบุรีเดิม)  ช่วงสงคราม    ทัพ  ในปี  พ.ศ.  ๒๓๒๘ก่อน

ออกศึกสงครามที่แล้วจะต้องได้รับชัยชนะทุกครั้งไป

๒.ไทยรบชนะพม่าที่บ้านท่าดินแดง (ตำบลปรังเผล  อำเภอสังขละบุรี  ในปัจจุบัน)  พ.ศ. ๒๓๒๙ในการ

รบกับพม่าทั้งสองครั้งนี้  ตามตำนานประวัติศาสตร์  ได้บันทึกไว้ว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา

โลก (รัชกาลที่ ๑)  พร้อมด้วยพระอนุชาธิราช  กรมพระราชวังบวรสถานมงคล  ได้ทรงประชุมพลเหล่า

ทหารกล้า    ตำบลปากแพรก (บริเวณวัดไชยชพลชนะสงคราม)  ก่อนออกศึกสงครามทุกครั้ง 

แล้วจึงยกกองทัพออกสู่สมรภูมิรบ  ได้รับชัยชนะทั้ง    ครั้ง   เมื่อมีการประชุมพลที่นี่แล้วออกศึก

สงครามได้รับชัยชนะกลับมาทุกครั้ง  จึงเป็นที่มาแห่งนามวัดว่า  วัดไชยชุมพลชนะสงคราม   อัน

หมายถึงเมื่อมีการประชุมพลก่อนออกศึกสงครามที่แล้วจะต้องได้รับชัยชนะทุกครั้งไป

 

ถึงปากแพรกซึ่งเป็นที่ประชุมพล          พร้อมพหลพลนิกรน้อยใหญ่

ค่ายคูเขื่อนขัณฑ์ทั้งนั้นไซร์                สารพัดแต่งไว้ทุกประการ

จึงรีบรัดจัดโดยขบวนทัพ                   สรรพด้วยพยุหทวยหาญ

ทุกหมู่หมวดกันไว้พร้อมการ               ครั้นได้ศุภวารเวลา

ให้ยกรื่นตามทางไทรโยคสถาน           ทั้งบกเรือล้วนทหารอาสา

จะสังหารอริราชพาลา                         อันสถิตอยู่ยังท่าดินแดง 

 

 

         ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม  มีพระเจดีย์เก่าแก่องหนึ่งอยู่ใกล้พระอุโบสถหลังเก่า 

ตั้งอยู่ริมตลิ่งพระเจดีย์องค์นี้มีชื่อทางโบราณคดี  กรมศิลปากรได้จัดขึ้นทะเบียนเป็นโบ

ราณสถานไว้ (ตามประกาศครั้งที่    ในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๕๒  ลงวันที่  ๒๕ 

กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๔๗๘)  ว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เรียกว่า 

เจดีย์โบราณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม    ในสมัยโบราณกองทัพไทยได้เคยชุมพลเหล่า

ทหารที่ทะแกล้วร่วมพิธีตั้งศาลเพียงตาบวงสรวงเทพารักษ์ทางไสยศาสตร์   ก่อนที่จะออก

ไปรบประจันกับเหล่าศัตรู  โดยชุมชุมร่วมพิธีกัน    ตรงที่ตั้งพระเจดีย์องค์นี้  แล้วยกออก

ไปรบกับพม่าข้าศึกได้ชัยชนะมาทุกๆครั้ง   จึงได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นไว้เพื่อเป็นนิมิตฉลองชัย 

คำว่า  ไชยชุมพล   แสดงว่าพระเจดีย์นี้สร้างขึ้นในที่ชุมพล  มิใช่สร้างขึ้นที่รบชนะเหมือน

พระเจดีย์ยุทธหัตถี  แต่เมื่อชุมพลในที่นี้แล้วยกทัพไปก็มีชัยกลับมา  แต่เดิมวัดไชยชุมพล

ชนะสงครามบรรดาแม่ทัพนายกองของกองทัพไทยในสมัยที่ทำการรบข้าศึกได้ชัยชนะใน

ครั้งนั้นคงเห็นว่าควรย้ายเลื่อนวัดขึ้นมาอยู่ในบริเวณเดียวกันกับเจดีย์  จึงได้เคลื่อนย้ายกัน

ขึ้นมา  และได้ขนานนามวัดให้เหมาะสมตามชัยนิมิตนั้นว่า  วัดไชยชุมพลชนะสงคราม

 

 

พระอุโบสถหลังเก่า                               เจดีย์โบราณหน้าอุโบสถหลังเก่า

 ซุ้มประตูกำแพงแก้วโบสถ์หลังเก่า              เจดีย์รายหลังโบสถ์หลังเก่าที่ยังคงความงดงาม

        อีกนัยหนึ่งสันนิษฐานว่า  เมื่อ  พ.ศ.  ๒๓๗๔  รัชกาลที่     ได้โปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยา

พระคลังออกมาดูทีสร้างป้อมสร้างกำแพงเมืองกาญจนบุรี  ในคราวนั้นเจ้าพระยาพระคลังอาจจะ

ได้ขนานชื่อหรือขอพระราชทานชื่อวัดใต้หรือวัดท้ายเมืองว่า  วัดไชยชุมพลชนะสงคราม   ก็

เป็นไปได้   ในการสร้างกำแพงเมืองในครั้งนั้น   อาจจะได้ปฏิสังขรณ์พระอารามและพระเจดีย์

ของวัดด้วยก็ได้ 

 

 ซุ้มประตูที่ทหารไทยรุ่นจงอางศึกและรุ่นเสือดำลอดประตูชัยก่อนไปรบในสงครามเวียดนาม

     อนึ่ง  เมื่อครั้งที่ประเทศไทยส่งทหารไทยไปสู่สมรภูมิรบในสงครามเวียดนาม  เริ่มตั้งแต่รุ่นจง
อาง
ศึก  และ  รุ่นเสือดำ  จากกองพลทหารราบที่    ค่ายกาญจนบุรี   ก่อนเดินทางไปรบจะต้องมา

ประกอบพิธีตัดไม้ข่มนามและลอดซุ้มประตูที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามทุกรุ่น  เพื่อเป็นสิริมงคล

และแคล้วคลาดปลอดภัยจะได้รับชัยชนะทุกครั้งเหมือนเมื่อครั้นอดีตที่ผ่านมา

 

รายนามเจ้าอาวาสของวัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

                 วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้)เป็นวัดพระอารามหลวง มีเจ้าอาวาสที่ได้รับตำ

แหน่งเจ้าคณะจังหวัดถึง    รูป  ได้แก่  เจ้าคณะจังหวัดรูปที่    ,  รูปที่    และรูปที่   

รวม    สมัย  เรียงตามลำดับเจ้าอาวาสของวัด   ดังต่อไปนี้

 ๑.พระอธิการสวด  เกิดบ้านชุกโดน  ต.บ้านใต้  อ.เมืองฯ  จ.กาญจนบุรี(ไม่มีหลักฐาน

การดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส)

๒.พระอธิการเกด  เกิดที่บ้านถ้ำ  ต.เขาน้อย  อ.ท่าม่วง  จ.กาญจนบุรี(ไม่มีหลักฐานการดำรงตำ

แหน่งเจ้าอาวาส)

๓.พระอธิการคง    เกิดที่บ้านชุกโดน  ต.บ้านใต้  อ.เมืองฯ  จ.กาญจนบุรี(ไม่มีหลักฐานการดำรง

ตำแหน่งเจ้าอาวาส)

๔.พระครูวิสุทธิรังสี  (ช้าง)  เกิดที่บ้านท่าน้ำตื้น  ต.แก่งเสี้ยน  อ.เมืองฯ  จ.กาญจนบุรี  ดำรงตำแหน่ง

เจ้าอาวาสและตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีรูปแรก  (คณะเมือง)  จนถึง  พ.ศ. ๒๔๔๔

๕.พระวิสุทธิรังสี  (หลวงปู่เปลี่ยน  อินฺทสโร)  เกิดที่บ้านม่วงชุม  ต.ม่วงชุม  อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี 

ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด (คณะเมือง)  กาญจนบุรี  รูปที่ 

    

  รูปวาดหลวงปู่เปลี่ยน  วัดใต้      ภาพถ่ายหลวงปู่แจกงานวันเกิดท่าน

 

๖.พระปลัดจู  จนฺทโชติ   เกิดที่บ้านชุกโดน  ต.บ้านใต้  อ.เมืองฯ  จ.กาญจนบุรี  ดำรงตำแหน่ง

เจ้าอาวาสตั้งแต่  พ.ศ.  ๒๔๙๐  ถึง  พ.ศ.๒๔๙๓

๗.พระครูวัตตสารโสภณ  (พระอาจารย์ก้าน)  เกิดที่บ้านชุกโดน  ต.บ้านใต้  อ.เมืองฯ  จ.กาญจนบุรี  

อดีตเจ้าคณะตำบลพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรี   และศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี  ดำรงตำแหน่ง

เจ้าอาวาสตั้งแต่  พ.ศ.  ๒๔๙๓  ถึง  พ.ศ.๒๕๐๘

๘.พระธรรมคุณาภรณ์(ไพบูลย์  กตปุญฺโญ)เกิดที่บ้านหมู่ที่๕ต.พนมทวนอ.พนมทวนจ.กาญจนบุรี  

ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่พ.ศ.๒๕๐๘ พ.ศ. ๒๕๔๕และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด

กาญจนบุรี รูปที่ 

                              

พระธรรมคุณาภรณ์  (หลวงพ่อไพบูลย์  กตปุญฺโญ)   พระผู้มีแต่ให้ของชาวกาญจนบุรี

๙.พระราชวิสุทธิเมธี  (ปัญญา  วิสุทฺธิปญฺโญ   ป.ธ.๙  พธ.บ.  M.A)  เกิดที่บ้านท่าเสา

(กาญจนบุรีเก่า)  ต.ลาดหญ้า  อ.เมืองฯ  จ.กาญจนบุรี   ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัด

กาญจนบุรี รูปที่ ๒  และเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม  ตั้งแต่  พ.ศ.  ๒๕๔๗ 

ถึงปัจจุบัน             
  

                                        ๑.พระอุโบสถหลังเก่า

พระอุโบสถหลังเก่า                              ซุ่มเสมาหน้าอุโบสถหลังเก่า

       พระอุโบสถหลังเก่า  สร้างประมาณ  พ.ศ.  ๒๓๗๐  ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์

สิทธิ์อายุร้อยกว่าปี  เพดานเขียนภาพต่างๆ  เช่น ภาพพรหมลูกฟัก  ภาพเทวดา  ภาพพระราหูอม

จันทร์  และผนังด้านข้างเขียนภาพประวัติขุนแผนย่างกุมารทอง  ตามบทประพันธ์เสภาเรื่องขุน

ช้างขุนแผน 

               

                                 ๒.พระอุโบสถหลังใหม่ 

           

พระอุโบสถหลังใหม่   กว้าง    เมตร   ยาว  ๒๐  เมตร   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๐๐  เป็นอาคาร

ชั้นเดียวโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กผนังก่ออิฐ  ถือปูน  หลังคา    ชั้น  มุงกระเบื้อง

เคลือบ  มีช่อฟ้า  ใบระกา  หางหงส์   ทำพิธีผูกพัทธสีมา  เมื่อวันที่  ๑๖  กุมภาพันธ์   พ.ศ. 

๒๕๐๗   ภายในประดิษฐานพระประธานศักดิ์สิทธิ์มีอายุหลายร้อยปี  (อัญเชิญจากที่อื่นมา

ประดิษฐานในพระอุโบสถหลังเก่า  ต่อมาอัญเชิญมาประดิษฐานเป็นประพระประธานหลังใหม่)    

เป็นพระพุทธรูปศิลาแลง  ปางตรัสรู้  ขนาดหน้าตัดกว้าง    ศอก    คืบ   สูง    ศอก 

  คืบ   สร้างสมัยทวารวดี

     

                        

  พระประธานวัดไชยชุมพลชนะสงคราม  เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านว่าศักดิ์ยิ่งนัก

                              ๓.ศาลาการเปรียญ             

               

   ศาลาการเปรียญ   กว้าง  ๑๗  เมตร   ยาว  ๖๐  เมตร   สร้างเมื่อ  พ.ศ.  ๒๕๐๐   เป็นอาคาร

ชั้นเดียวโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กผนังก่ออิฐ  ถือ  ปูน  หลังคา     ชั้น   มุงกระเบื้อง

เคลือบ  มีช่อฟ้า  ใบระกา  ภายในเขียนภาพจิตรกรรม   สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

เสด็จพระราชดำเนินทรงยกช่อฟ้า  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๑๖  
             
                วันนี้นายอารามบอยขอพักเหนื่อยก่อน  โอกาสหน้าจะนำประวัติหลวงพ่อวัดใต้  พร้อมวัตถุ

มงคลต่างๆของท่านมาเสนอต่อไป   สวัสดี..............

 
 


ลิขสิทธิ์ © 2009 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-564280 Email onabkri@gmail.com