forex trading logo


KANCHANABURI

JEvents Calendar

Last month October 2017 Next month
S M T W T F S
week 40 1 2 3 4 5 6 7
week 41 8 9 10 11 12 13 14
week 42 15 16 17 18 19 20 21
week 43 22 23 24 25 26 27 28
week 44 29 30 31

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้366
mod_vvisit_counterวานนี้547
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้913
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน6372
mod_vvisit_counterเดือนนี้22795
mod_vvisit_counterเดือนก่อน22637
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด3266051

We have: 54 guests, 2 bots online
Your IP: 103.55.142.140
 , 
Today: ต.ค. 24, 2017
วัดพระอารามหลวาง ตอน2 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย นาย สมชาย แสงชัยศรียากุล   

เที่ยววัดกับนายอารามบอย

           วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์อากาศสดชื่น  ฝนไม่ตก   นายอารามบอยว่างจากงานในหน้าที่ 

คิดถึงท่านผู้อ่านว่าป่านนี้คงจะรอคอย  ว่าเมื่อไรจะนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับวัดเทวสังฆารามที่ยัง

ค้างจากครั้งที่แล้วมาเล่าสู่กันฟังอีก    เมื่อคิดได้ดังนี้ก็นั่งดื่มกาแฟสักพักนำแมงกาไซด์

(คุณแก่คู่ชีพ)  ดิ่งไปหาข้อมูลที่วัดเทวสังฆาราม  พบท่านพระครูอนุกูลกาญจนกิจ 

(บุญเพิ่ม  ดอนเจดีย์) เจ้าอาวาส  พร้อมด้วยคณะกรรมวัดหลายท่าน  ให้การต้อนรับและ

ช่วยรวบรวมข้อมูลสาระน่ารู้ต่างๆที่นายอารามบอยเองไม่เคยรู้มาก่อน    ก็ขอเริ่มที่อาคาร

เสนาสนะต่างๆภายในวัดที่ความงดงามด้านสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์  รวมทั้งการวางผัง

ได้สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยสามารถเป็นแบบอย่างให้วัดต่างๆได้ใช้เป็นแบบอย่างได้

 อาคารพิพิธภัณฑ์ มณฑปรอยพระบาท อาคารรวิเทวานนท์

 

 
 
 โรงเรียนเทวนุกูล เทวสังฆารามมูลนิธิ มณฑปหลวงปู่ดี

ในอดีตที่ผ่านมาวัดเทวสังฆาราม  มีเจ้าอาวาสปกครองวัดติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน  จำนวน  ๑๓    รูป

                         

                                                      

                                ประวัติ                        

                         พระเทพมงคลรังษี                          

                            (ดี  พุทฺธโชติ)

อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี  และ  อดีตเจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม

                          

                        

         พระเทพมงคลรังษี   (พุทฺธโชติเถระ)   นามเดิมชื่อ  ดี   เอกฉันท์  เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี 

ที่  ๒๙  มกราคม  พ.ศ. ๒๔๑๖   ตรงกับวันขึ้น  ๑๒  ค่ำ  เดือน     ปีระกา   ที่บ้านทุ่งสมอ 

อำเภอพนมทวน  จังหวัดกาญจนบุรี   โยมบิดามารดา  ชื่อ  นายเทศ   นางจันทร์   เอกฉันท์   มี

พี่น้องรวมทั้งหมดด้วยกัน    คน   ดังต่อไปนี้

      ๑.นางตุ้ม      คล่องแคล่ว                           ๒.นางหงิม          บุญธนวงศ์     

     ๓.นายโต            เอกฉันท์                         ๔.นายปลอด       เอกฉันท์     

     ๕.นายชุ่ม           เอกฉันท์                         ๖.นายแฉ่ง          เอกฉันท์     

     ๗.พระเทพมงคลรังษี  (ดี  เอกฉันท์)             ๘.นายแจ้           เอกฉันท์

    ๙.นางเงียบ         พ่วงกุล

       เมื่ออายุได้  ๑๘  ปี  ได้บวชเณรที่วัดทุ่งสมอ   โดยสมภารวัดทุ่งสมอ  ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ของท่าน

บวชให้   บวชเณรได้    เดือน  พออ่านออกเขียนได้ตามความนิยมสมัยก่อนที่ต้องให้บุตรหลาน

ไปเล่าเรียนที่วัด   หลังจากนั้นได้สึกไปช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพทำนาเมื่ออายุครบบวช  ได้

อุปสมบถที่วัดทุ่งสมอ  มีท่านพระครูวิสุทธิรังษี  (หลวงพ่อช้าง  วัดบ้านทวน)  เป็นอุปัชฌายะ  

ท่านอาจารย์รอด  (สมภารวัดทุ่งสมอ  ปู่ของท่าน)  และพระใบฎีกาเปลี่ยน  วัดใต้  (พระวิสุทธิรังษี) 

เป็นพระกรรมวาจาจารย์   ได้รับฉายา  “พุทฺธโชติ”   แปลได้ว่าพระผู้มีแสงสว่างดังพระพุทธเจ้า   

หลังจากได้บวชเป็นพระนวกะเกิดปิติและศรัทธาในพระบวรพระพุทธศาสนา  ได้ตั้งจิตว่าขอยึด

พระพุทธองค์เป็นที่พึ่งอันสูงสุดของชีวิต  พรรษาแรก  จึงเริ่มศึกษาพระธรรมวินัยและหมั่นฝึกฝน

ท่องพระพุทธมนต์   และพยายามท่องปาฏิโมกข์ให้จบ  แต่การศึกษาในสมัยนั้นตำหรับตำราหา

ยากและภาษที่ใช้เขียนตำราส่วนใหญ่เป็นภาษาขอม   เป็นเหตุให้ท่านต้องมานะอดทนอย่างมาก

ในการต่อมนต์แบบคำต่อคำตามแบบอย่างการเล่าเรียนสมัยก่อน   แต่การสอนแบบนี้มีผลดีอยู่

มากเพราะว่าเมื่อท่องจนขึ้นใจแล้วโอกาสที่ลืมแทบไม่มีเลย   เมื่อออกพรรษาท่านจึงเดินทางไป

เรียนวิปัสสนากับท่านอาจารย์อิน  วัดห้วยสะพานพอพรรษาที่สองท่านก็สามารถท่องปาฏิโมกข์จบ  

แล้วก็เริ่มเดินธุดงค์ไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ที่จังหวัดสระบุรี   และแวะนมัสการหลวงพ่อโต 

วัดเกษไชโย  จังหวัดอ่างทอง   ขากลับนมัสการพระแท่นดงรัง  แล้วจึงกลับวัดทุ่งสมอ   หลังจาก

ท่านได้เดินธุดงค์จึงเกิดความคิดว่าการเดินธุดงค์ก่อเกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการปฏิบัติ

วิปัสสนา   ท่านจึงออกเดินธุดงค์เป็นประจำทุกปี   ใน  พ.ศ.  ๒๔๔๗  ปีมะโรง  ท่านกับพระสิงคิ

บุรคณาจารย์ (สุด)  ไปร่างกุ้ง    ด้วยวัตรปฏิบัติเคร่งครัดและชอบใฝ่หาความรู้ของท่าน  ทำให้ท่าน

มีครูบาอาจารย์ที่ได้สอนธรรมด้านปฎิยัติและปฏิบัติและแลกเปลี่ยนความรู้ทางธรรมกับสหธรรมที่

พบระหว่างเดินธุดงค์อีกหลายรูป ดังปรากฏนามในหนังสือพุทธสาสนคติและรวมเรื่องเมืองกาญจนบุรี 

พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพมงคลรังษี   (ดี   พุทฺธโชติเถร)     เมรุวัด

เทวสังฆาราม  วันที่    เมษายน  ๒๕๑๑  ดังนี้

 

๑.พระครูวิสุทธิรังษี   (หลวงพ่อช้าง  วัดบ้านทวน)   อุปัชฌายะของท่าน   พระคุณเจ้ารูปนี้มีวัตรปฏิบัติ

เป็นที่เคารพของคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง  เป็นพระที่มีวิทยาคมเก่งมาก ได้

แสดงพุทธาคมทำน้ำมนต์ศักดิ์ที่วัดขนอน  เมืองราชบุรี  พร้อมกับหลวงพ่อกลิ่น  วัดเหนือ   น้ำพระ

พุทธมนต์ของสองวัดนี้เสกแล้วเทไม่หก  ไม่ไหลออกจากบาตร  สมัยก่อนการปกครองคณะสงฆ์เมือง

กาญจนบุรี  ต้องขึ้นกับคณะสงฆ์เมืองราชบุรี   หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว   พระครูธรรมเสนานี  (ดี) 

วัดขนอน  ซึ่งปกครองคณะสงฆ์เมืองกาญจนบุรีว่า  “เมืองกาญจน์มีอาจารย์เก่งกล้าถึง    องค์    คือ 

วัดใต้และวัดเหนือ  สมควรปกครองตัวเองได้  จึงได้เรียกมาทดสอบที่วัดขนอน  ก็ประจักษ์เห็นเก่งจริง

ต่อหน้าเจ้าบ้านเจ้าเมืองและประชาชนเป็นอันมาก”   ต่อมาทางราชการได้แต่งตั้ง  พระครูวิสุทธิรังษี  

(หลวงพ่อช้าง)  เจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้)    เป็นเจ้าคณะเมืองกาญจนบุรี  (เป็นรูป

แรก)  และให้หลวงพ่อกลิ่น  วัดเหนือ  เป็นพระครูสิงคิบุรคณาจารย์   รองเจ้าคณะเมืองกาญจนบุรี  

แต่นั้นมาคณะสงฆ์ของเมืองกาญจน์ก็ไม่ต้องไปขึ้นกับเมืองราชบุรีอีก   

 

                             

๒.พระใบฎีกาเปลี่ยน   อินฺทสโร  (หลวงปู่เปลี่ยน  วัดใต้)  พระกรรมวาจารย์ของท่าน   เรียนด้าน

พุทธาคม

๓.พระอาจารย์รอด   วัดทุ่งสมอ  มีศักดิ์เป็นปู่ของท่าน  เรียนวิปัสสานา

๔.ท่านอาจารย์อิน   วัดห้วยสะพาน  เรียนด้านวิปัสสนา

๕.สำนักเรียนวัดรังษี  (ปัจจุบันรวมเข้ากับวัดบวรนิเวศ)  เรียนบาลีและคัมภีร์มูล  เรียนแปลปาฏิโมกข์ 

ด้วยเหตุที่หลวงปู่ดีได้ศึกษาบาลีที่วัดนี้   ทำให้ต่อมาหลวงปู่ดีมีความสนิทคุ้ยเคยกับวัดบวรนิเวศ อย่าง

มาก   ต่อมาได้ส่งสามเณรเจริญ  คชวัตร  ไปศึกษาธรรมบาลี   ปัจจุบันสามเณรเจริญ  คชวัตร  ได้รับ

การสถาปนาเป็นสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระสังฆาราช   องค์ที่  ๑๙

๖.พระอาจารย์เกิด   วัดกกตาล  นครชัยศรี   จังหวัดนครปฐม   ท่านได้เรียนวิปัสสนา   พระอาจารย์เกิด

รูปนี้เป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่เก่งมากของนครชัยศรีมีลูกศิษย์หามากมาย  ลูกศิษย์ของท่านที่มีชื่อ

เสียงมากรูปหนึ่ง  คือ พระครูวิชัยวุฒิคุณ  (หลวงปู่ดี  สุวัณฺโณ)   อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม  

อำเภอพุทธมณฆล   จังหวัดนครปฐม                            

          

 kkkkkkkkkkkkkkkkkkk 

๗.หลวงปู่เฒ่ายิ้ม   จันฺทโชติ  วัดศรีอุปลาราม  (วัดหนองบัว)  อำเภอเมือง  จังหวัดกาญจนบุรี 

พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขวัญเลื่องลือในเวทย์วิทยาคมระดับต้นๆของประเทศไทย  

เป็นพระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์    หลวงปู่เฒ่ายิ้ม   ได้สอนวิชาทำตะกรุดลูก

อมหัวใจโลกธาตุ  อันเลื่องชื่อเป็นที่กล่าวขวัญและยอดปรารถนาของผู้นิยมด้านวัตถุมงคล สอน

ทำผ้ายันต์มงกุฎพระเจ้า  ฯลฯ  (หลวงปู่หัง   อดีตเจ้าอาวาสวัดเหนือ  ต่อจากหลวงปู่ดี  ได้เล่า

ให้ศิษย์ที่ใกล้ชิดฟังว่าฉันได้ชวนหลวงปู่ดีไปเรียนวิชากับหลวงปู่เฒ่ายิ้ม  อุปัชฌายะของฉัน 

ปรากฏว่าฉันเรียนไม่สำเร็จแต่หลวงปู่ดีเรียนสำเร็จ)

 

                     

 

๘.หลวงพ่อหรุง   วัดทุ่งสมอ   แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติให้มีความเคร่งครัดมากยิ่งขึ้น

 

      หลวงปู่ดี   พุทฺธโชติ   ท่านถือปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด  มีศีลที่บริสุทธิ์   รักความมีระ

เบียบวินัย  และความสะอาด   เอางานเอาการในการพัฒนาวัดและการศึกษา   ดังคำกล่าวชอบของ

ล้นเกล้ารัชกาลที่    (รายละเอียดได้นำเสนอแล้ว)    พ.ศ.  ๒๔๕๕  ท่านได้ร่วมกับหลวงพ่อหรุง   

พระฮวบ  พระหัง  และพระไพ่ ริเริ่มเปลี่ยนแปลงการห่มผ้าแบบเดิม (ห่มผ้าแบบคุมมังกรพันแขน)

เป็นห่มแหวก (ห่มแบบธรรมยุต)  และถือปฏิบัติตามบุพพสิกขาวรรณาและวินัยมุขตลอดมาอย่าง

เคร่งครัด   ครั้น  พ.ศ.  ๒๔๕๘  สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เสด็จออกมา

ตรวจการคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี  เมื่อทรงเห็นพฤติการณ์ของพระวัดเทวสังฆาราม  โดยตลอดแล้ว 

ได้ทรงยกย่องเป็นตัวอย่างของบรรดาวัดทั้งหลายที่จะเปลี่ยนเป็นห่มแหวก  ได้ตรัสถามท่านเจ้าอา

วาสถึงจำนวนปีที่เปลี่ยนห่มแหวก  ถึงเรื่องผ้ากฐิน  และถึงเรื่องแสดงอาบัติเป็นต้น   ท่านเจ้าอาวาส

ได้กราบทูลตอบตามที่ได้ปฏิบัติมา  ตรัสว่าถูกต้อง  ได้ทราบว่าเมื่อเสด็จไปวัดอื่น   จังหวัดอื่น  ก็

ได้ทรงเคยแนะนำให้ไปดูตัวอย่างวัดเทวสังฆาราม  ทั้งเคยมีพระมาดูตัวอย่างการปฏิบัติด้วยจักคัดระ

ยะทางสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในมณฑลราชบุรี  พ.ศ.  ๒๔๕๘  มาลงเฉพาะ

ตอนดังต่อไปนี้   “วัดเทวสังฆาราม  ที่เสด็จทอดพระเนตรวันนี้  คนพื้นเมืองเรียกวัดเหนือ   เพราะตั้ง

อยู่เหนือเมืองขึ้นไป  มีลานกว้าง  มีต้นไม้ร่มรื่น  พื้นรักษาเตียนดี  มีของก่อสร้างเป็นสิ่งเป็นอัน  รัก

ษาสะอาดเอี่ยม  มีพระสงฆ์ ๒๙ รูป  เป็นมหานิกายแผลง  ปฏิบัติเคร่งครัดพระอธิการดี  เป็นเจ้าอาวาส 

เป็นผู้คล่องแคล่วเอาการเอางาน ฯลฯ      “หมายเหตุทั่วไป ฯลฯ   ในเมืองนี้  มีพระมหานิกายแผลง 

ปฏิบัติเคร่งครัด  ไม่เป็นแต่เพียงห่มแหวก   ความปฏิบัติและกิจวัตรดีพร้อม  ความสามัคคีในพวกเดียว

กันก็ดีด้วย   อนาคตของพระมหานิกายได้เช่นนี้จักเป็นดี  ฯลฯหลวงปู่ดี   พุทฺธโชติ  ได้วางแนวทาง

ให้พระในวัดให้ถือปฏิบัติ  ดังนี้

๑.พระทุกรูปจะต้องลงอุโบสถทั้งเช้าและเย็นทุกวัน  (เว้นแต่อาพาส  )

๒.พระทุกรูปจะต้องศึกษาพระธรรมวินัย  และรักษาศีลให้บริสุทธิ์

๓.พระทุกรูปต้องหมั่นท่องมนต์

๔.พระทุกรูปจะต้องมีวัตรปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด

๕.พระทุกรูปจะต้องช่วยพัฒนาวัดให้เจริญ  รักษาความสะอาดบริเวณวัด

๖.ต้องรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ

 
 
 ชาวพุทธจะสวดมนต์เย็นทุกวัน พระปลงอาบัติ ทำความสะอาดวัดก่อนทำใจสะอาด

งานด้านการศึกษา

๑.ส่งพระไปเรียนนักธรรมชั้นตรี  ที่กรุงเทพฯ  เมื่อสอบผ่านแล้วให้กลับมาเป็นครูสอนพระในวัด

๒.พ.ศ.  ๒๔๖๐  เริ่มสอนนักธรรมตรีครั้งแรกภายในวัด  แต่ยังไม่พร้อมส่งพระไปสอบ

๓.พ.ศ.  ๒๔๖๓  เริ่มส่งพระที่เรียนจบนักธรรมไปสอบที่กรุงเทพฯ  จำนวน  ๑๓  รูป  ผลสอบผ่านทั้ง 

๑๓  รูป

๔.พ.ศ.  ๒๔๗๓  สร้างโรงเรียนเทวนุกูล  เป็นตึกโครงคอนกรีตเสริมเหล็ก    ชั้น  มีมุขกลาง 

ใช้เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม

๕.พ.ศ.  ๒๔๘๙  จัดตั้งเทวสังฆารามมูลนิธิ   เพื่อนำดอกผลเป็นทุนให้พระ  เณร  ศึกษาเล่าเรียน  

บำรุงวัด

๖.พ.ศ.   ๒๕๐๘  หาทุนทรัพย์สมทบกับงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ สร้างอาคารเรียน 

โรงเรียนวัดเทวสังฆาราม งาน

ด้านการปกครอง

พ.ศ.  ๒๔๕๔   ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม

พ.ศ.  ๒๔๖๖   ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌายะ

พ.ศ.  ๒๔๖๑  ถึง   พ.ศ.  ๒๔๖๓  เจ้าคณะแขวงอำเภอท่ามะกา

พ.ศ.  ๒๔๖๙  ถึง  พ.ศ.  ๒๔๙๐   รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

พ.ศ.  ๒๔๙๐  ถึง  พ.ศ.  ๒๔๑๐   เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

 

สมณศักดิ์

พ.ศ.  ๒๔๕๘   พระครูอดุลยสมณกิจ

พ.ศ.  ๒๔๙๐   พระวิสุทธิรังษี  

พ.ศ.  ๒๕๐๐   พระมงคลรังษีวิสุทธิ์  (ชั้นราช)

พ.ศ.  ๒๕๐๖   พระเทพมงคลรังษี   (ชั้นเทพ  องค์แรกของจังหวัดกาญจนบุรี)

 

พระเทพมงคลรังษี   (หลวงปู่ดี  พุทฺโชติ)  ได้ละสังขารด้วยอาการสงบจากลูกศิษย์ลูกหาไป  เมื่อ  

วันที่   ๑๗   มิถุนายน  ๒๕๑๐

                                           วัตถุมงคลของวัดเทวสังฆาราม

ท่านผู้อ่านคงจะยังไม่เบื่อนะครับที่นายอารามบอยเสนอเรื่องราวของวัดเทวสังฆารามยืดยาวถึงสอง

ตอน   ที่ต้องยาวเพราะว่าเนื้อหาต่างๆมีความสำคัญต่อชาวกาญจนบุรีที่ควรรับรู้   ถึงเนื้อหาจะยาวไป

หน่อยหวังว่าท่านผู้อ่านคงชอบและติดตามเรื่องราวต่างๆที่นายอารามพยายามสรรหามาเสนอต่อไป  

ก่อนจบวันนี้พระครูอนุกูลกาญจนกิจเจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม  ฝากให้นายอารามบอยประชาสัม

พันธ์ข่าวการกุศลเพื่อหาทุนทรัพย์โครงการสร้างหอพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร  สมเด็จพระ

สังฆาราช   ท่านที่มีจิตใจเป็นกุศลจะร่วมบริจาคทุนทรัพย์กรุณาติดต่อกับ เจ้าอาวาสโดยตรง   

และรับวัตถุมงคลไว้เป็นที่ระลึกได้ที่กุฏิเจ้าอาวาส

 

 

 

 

ข้อมูลจาก

๑.หนังสือประวัติวัดเทวสังฆาราม   พิมพ์แจกในงานทอดกฐินแห่งสโมสรคณะราษฎร  วันที่   

พฤศจิกายน  ๒๔๗๘

๒.หนังสือพุทธสาสนคติและรวมเรื่องเมืองกาญจนบุรี   พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทาน

เพลิงศพพระเทพมงคลรังษี  (ดี  พุทธโชติเถร)   วันที่    เมษายน  ๒๕๑๑

๓.หนังสือประวัติวัดเทวสังฆาราม  พิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลพระกฐินต้น   วันที่  ๒๖  ตุลาคม 

๒๕๐๖

๔.พระครูอนุกูลกาญจนกิจ  เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม

๕.หนังสือที่ระลึกงานบรรจุศพ  นายกิตติ  เหลืองไพบูลย์  วันศุกร์ที่  ๒๒  สิงหาคม  ๒๕๔๖   

สุสานวัดถาวรวราราม

 

 


ลิขสิทธิ์ © 2009 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-564280 Email onabkri@gmail.com