forex trading logo


KANCHANABURI

JEvents Calendar

Last month October 2017 Next month
S M T W T F S
week 40 1 2 3 4 5 6 7
week 41 8 9 10 11 12 13 14
week 42 15 16 17 18 19 20 21
week 43 22 23 24 25 26 27 28
week 44 29 30 31

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

สถิติผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้369
mod_vvisit_counterวานนี้547
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้916
mod_vvisit_counterสัปดาห์ก่อน6372
mod_vvisit_counterเดือนนี้22798
mod_vvisit_counterเดือนก่อน22637
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด3266054

We have: 56 guests, 2 bots online
Your IP: 103.55.142.140
 , 
Today: ต.ค. 24, 2017
วัดพระอารามหลวง PDF พิมพ์ อีเมล
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
เขียนโดย นายสมชาย แสงชัยศรียากุล   
วันพุธที่ 05 สิงหาคม 2009 เวลา 16:45

เที่ยววัดกับนายอารามบอย

เป็นไงครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่านกับเรื่องราวของวัดดอนตาเพชรและประวัติของพระปลัด

ซ้ง หวังว่าท่านได้รับเกร็ดสาระความรู้พอสมควร และบางท่านเกิดความภาคภูมิใจว่าวัดและพระ

สงฆ์ของจังหวัดกาญจนบุรีมีประวัติความดีไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่นๆเลย ก่อนที่นายอารามบอยจะ

พาท่านเที่ยววัดหาสาระน่ารู้ ก็ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้

เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ (๒๐๐๙) อย่าประมาณนะครับเพราะว่าการแพร่ระบาดของไข้

หวัดสายพันธุ์ใหม่(๒๐๐๙)มีคนที่เป็นพาหะจำนวนมากเดินปะปนอยู่ในชีวิตประจำวัน วันนี้ขอตั้ง

คำถามว่าจังหวัดกาญจนบุรีมีวัดที่ได้รับพระราชทานยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวงกี่วัด

หลายท่านคงรู้คำตอบบางแล้ว แต่หลายท่านยังไม่ทราบ นายอารามบอยขอเฉลยเลยดีกว่า

เพื่อไม่ให้เสียเวลา คำตอบมี ๓ วัดดังนี้

๑.วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

๒.วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) อำเภอเมืองฯ จังหวัดกาญจนบุรี

๓.วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) อำเภอเมืองฯ จังหวัดกาญจนบุรี

 

 

พระอารามหลวงทั้ง ๓ วัดนี้ชาวจังหวัดกาญจนบุรีทุกท่านควรจะต้องรับรู้ความเป็นมาของวัด

เพราะว่าทั้ง ๓ วัดต่างมีประวัติที่น่าสนใจแตกต่างกันและมีสิ่งสำคัญเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดหลาย

อย่าง ต่อจากนี้นายอารามบอยขอเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับวัดเทวสังฆารามเป็นอันดับแรก

 

ประวัติวัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ

(วัดเหนือ)

ประตูวัด

โบสถ์

เจดีย์

 

วัดเทวสังฆาราม ท่านสมภารเสี่ยง เจ้าอาวาสรูปแรก เป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ สมัยรัตน

โกสินทร์ตอนต้นมีอายุเกินกว่า ๒๐๐ ปี ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของลำน้ำศรีสวัสดิ์ (แควใหญ่)

เหนือตอนที่บรรจบกับลำน้ำไทรโยค (แควน้อย)

มีอาณาเขต ดังนี้ ด้านหน้าติดต่อกับตลาด นับจากมุมวัดทางทิศตะวันออกถึงตลิ่ง

มุมวัด ทางทิศใต้กว้าง ๔ เส้นทางด้านขวาวัด นับจากตลิ่งซึ่งเป็นมุมวัดทางทิศใต้ไปตามตลิ่ง

ถึงสุดทางทิศตะวันตก ยาว ๔ เส้น ๙ วา ด้านหลังวัดติดต่อกับวัดถาวรวราราม (วัดญวน)

นับจากตลิ่งมุมวัดทางทิศตะวันตกไปตามเขื่อน ถึงมุมวัดทางทิศเหนือ กว้าง ๒ เส้น ด้านซ้าย

วัด นับจากมุมวัดด้านทิศเหนือไปตามเขื่อน ถึงมุมหน้าวัดทางทิศตะวันออก ยาว ๔ เส้น ๕

วาทางด้านแม่น้ำมีตลิ่งเป็นเขตอีก ๓ ด้าน แต่เนื้อที่ของวัดทางด้านซ้ายเลยเขื่อนออกไปมาก

 

วัดเทวสังฆาราม ได้รับพระบรมราชานุเคราะห์จากพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี

และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ในการปฎิสังขรณ์และเสด็จพระราชดำเนินมาที่วัด ดังนี้

 

พ.ศ. ๒๓๗๔ สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ย้ายเมืองกาญจนบุรีเก่าจาก

ท่าเสา มาสร้างเมืองใหม่ที่ตำบลปากแพรก ในครั้งนั้นโปรดให้สร้างกำแพงเมืองกาญจนบุรีขึ้น

อย่างถาวร และทรงสร้างวัดพร้อมทั้งปฏิสังขรณ์พระอารามในเมืองกาญจนบุรี ๕ อาราม

หนึ่งใน๕ อาราม มีวัดเทวสังฆารามด้วยพ.ศ. ๒๔๒๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้ทรงบริจาคเงินส่วยในเมืองกาญจนบุรี ซ่อมแซมพระอุโบสถวัดเทวสังฆาราม มีปรากฏ

ในพระนิพนธ์ เสด็จประพาสไทรโยคครั้งที่ ๒ ดังต่อไปนี้

วัน เสาร์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๒ บ่าย ๕ โมงเกือบครึ่ง ลงเรือ ๔

แจวไปเที่ยว ขึ้นที่ท่าวัดเหนือ ขี่ม้าเจ้าพระยามโนไมย ไปตามทาง ที่เรียกว่าตลาด หนทาง

กว้างสัก ๑๐ ศอก ถึงรั้วทั้งสองข้าง แต่ไม่เหมือนตลาดเมืองอื่น ทั้งสองข้างทางเห็นบ้านกั้น

ด้วยไม้รวกสูงๆขายของอยู่ในเรือน มีเจ๊กมีญวนบ่อยๆ สิ่งที่ขายนั้น เห็นมียาสูบแลเป็นอย่างมาก

กว่าสิ่งอื่นของเครื่องถ้วยชามหนังมีบ้างเล็กน้อย ของสดพริกนกเป็นพื้น มีศาลเจ้าก่อขึ้นใหม่แห่ง

หนึ่ง กับร้านขายเครื่องยาของจีนทำใหม่ทีเดียวร้านหนึ่ง ( ปัจจุบันคือบ้านแต้มทอง) ไม่เห็น

สนุกสิ่งไร ไปสัก ๘-๙ เส้น ถึงเมืองเข้าประตูตรงศาลากลางเห็นบ้านเจ้าเมือง และศาลากลาง

ตึกดินหลังเมืองกำแพงชำรุดมาก อ้อมไปออกประตูที่จะไปวัดใต้ แต่ไม่เลี้ยวลงไปทางวัดใต้

ด้วยเคยไปคราวก่อนที่หนึ่งแล้ว ครั้งนี้ พระยากาญจนบุรีบอกว่า ชำรุดรื้อลงใหม่ จึงอ้อมกลับ

มาทางเก่า ทางตั้งแต่ขึ้นไปจากตีนท่าจนถึงที่สุดทางกลับประมาณ ๑๒ – ๑๓ เส้นเท่านั้น

เดินผ่านมาทางหน้าป้อมกลางเมือง เห็นเป็นเนินสูงกว่าพื้นดินราบมาก แลดูลึกลงไป อนึ่ง

เมื่อขึ้นมานั้น พบพระกรุงเทพฯ พวกนี้ตามมานั่งคอยอยู่ที่ศาลาและพูดด้วยหน่อยหนึ่ง ครั้ง

กลับมาคราวนี้แวะเข้าไปดูวัดๆนี้ สมภารเธอรักษาดีจริงๆเตียนตลอดรอบบริเวณ มีต้นไม้เล็ก

น้อย เหมือนกับสวนฝรั่ง ขี่ม้าไปโดยรอบโบสถ์ เห็นโบสถ์ชำรุดมาก ได้สั่งให้พระยากาญจนบุรี

เอาเงินส่วยในเมืองกาญจนบุรีซ่อมแซม ที่หน้าโบสถ์นั้น มีเก๋งยาวมีแต่ประตูไม่มีหน้าต่าง ว่า

เป็นของยายโก๋ (เป็นชาวเมืองกาญจนบุรี) ทำแล้วกลับมาทางหน้าโบสถ์ ลงเรือมาหาสมเด็จกรม

พระ (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์ ต้นสกุลมาลากุล) หยุดพูดกับท่านประมาณสัก

๑๕ นิมิต เล่าถึงน้ำเชี่ยวเรื่อยขึ้นมาเป็นต้น กลับมาพลับพลาย่ำค่ำแล้ว รายวันของเราวันนี้มีน้อย

แต่เรื่องเมืองกาญจนบุรียังมีอยู่มาก ในเมืองกาญจนบุรีนี้ เจ้าแผ่นดินในกรุงรัตนโกสินทร์ ได้

เสด็จมาทุกพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้ว

เสด็จมาถึง๔ ครั้ง ครั้งพม่ายกทัพมา ๑๐๓,๐๐๐ กรมพระราชวัง เสด็จออกมาตั้งค่ายรับอยู่ที่

ลาดหญ้าเสด็จพระราชดำเนินหนุนออกมาเมื่อจุลศักราช ๑๑๔๗ ปีมะเส็ง สัปตศก ครั้งหนึ่งเสด็จ

ออกมารับทัพพม่าที่เมืองไทรโยค ในปีมะเมีย อัฐศก จุลศักราช ๑๑๔๘ เสด็จพระราชดำเนิน

ทางชลมารค ตามลำแม่น้ำน้อยขึ้นไปถึงเมืองไทรโยคแล้วกลับทางเรือครั้งหนึ่ง ในคราวนี้

ได้ทรงพระราชนิพนธ์นิราศไว้ฉบับหนึ่ง เราได้อ่านนานมาแล้ว นิราศนั้นไม่เหมือนนิราศทั้ง

ปวง ได้คัดไว้ในแอบปินเด๊กซที่ เมื่อปีมะแม นพศกจุลศักราช ๑๑๔๙ เสด็จไปตีเมือง

ทวายทางแม่น้ำน้อย เสด็จขึ้นที่ท่าเมืองตะกั่วครั้งหนึ่ง ครั้นเมื่อจุลศักราช ๑๑๕๔ ปี

ชวด จัตวาศก เสด็จพระราชดำเนินหนุนทัพกรมพระราชวังออกไปเมืองทวาย แล้วรับ

พระองค์เจ้าชี ซึ่งเป็นกรมขุนรามินทรสุดา เสด็จพระราชดำเนินทางแม่น้ำน้อยอีก นี้ครั้ง

หนึ่ง รวมเป็น ๔ ครั้ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แต่ยังเป็นสมเด็จพระเจ้า

ลูกเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรอยู่ ได้เป็นยกกระบัตรทัพ ครั้งไปตีเมืองทวาย และตาม

เสด็จพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสมอทุกครั้งทุกคราว คงจะได้เสด็จพระราช

ดำเนินทางนี้ ๔ คราวเท่ากับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ด้วยท่านไม่เคยจากกัน

เลย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จออกมาขัดทัพพม่า แต่ในแผ่นดินพระบาท

สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตั้งค่ายหลวงอยู่ตำบลลิ้นช้าง ใต้ค่ายหลวงเดี๋ยวนี้ ลงไปหน่อย

หนึ่งครั้งนั้นจุลศักราช ๑๑๘๒ ปีมะโรง โทศก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยัง

เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธออยู่ เสด็จออกมารับครัวมอญ พร้อมด้วยกรมหลวงพิทักษ์มนตรี ครั้ง

นั้น พระชนม์พรรษาได้ ๑๓ ปีชวดอัฐศก จุลศักราช ๑๑๗๘ เสด็จพระราชดำเนินอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อปีฉลู สัปตศก จุลศักราช ๑๒๒๗ ครั้งนั้น เราอายุได้ ๑๓ ปีตามเสด็จด้วย ท่านรับสั่งว่า

เรามากาญจนบุรี อายุคราวเดียวกับพระชนม์พรรษาเมื่อท่านได้เสด็จมา แล้วเรามาอีก ๒ครั้ง

ทั้งครั้งนี้ รวมเป็น ๓ ครั้งด้วยกัน ควรนับว่าเมืองกาญจนบุรีนี้ เป็นเมืองชัยภูมิมงคลดี พระ

จ้าแผ่นดินได้เสด็จมาทุกพระองค์ก็ประหลาดอยู่ ยกเสียแต่กรุงเก่ากับปากน้ำแล้วไม่มีเมืองอื่น

จะเหมือน อีกครั้งหนึ่ง เมื่อปีชวดพ.ศ. ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้เสด็จวัดเทวสังฆาราม ในเวลารื้อโบสถ์เพื่อก่อสร้างใหม่ในคราวเสด็จประพาสไทรโยค ครั้ง

ที่ ๓ ใน พ.ศ. นั้นได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ ๑๐ ชั่ง เป็นส่วนพระราชทานช่วยในการก่อ

สร้าง ทั้งได้พระราชทานกัปปิยภัณฑ์แก่ภิกษุผู้ทำการ ราคาองค์ละ ๒บาท โบสถ์ที่สร้างใหม่นี้

ได้สร้างตรงที่เก่า สำเร็จเรียบร้อยและฉลองในปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๓๕ อีกคราวหนึ่ง ปีระกา

พ.ศ. ๒๔๕๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสฃจังหวัดกาญจนบุรี

เป็นครั้งสุดท้าย มีในพระราชหัตถเลขา ดังต่อไปนี้

 

 

“วันที่ ๗ วันนี้ได้ขึ้นไปดูเมือง ขึ้นตรงประตูเหนือแล้วเลี้ยวมาหน้าเมือง ดูป้อมกำแพง

ชำรุดมากกว่าราชบุรี ไปจนถึงวัดท้ายเมืองแวะที่วัดเรียกว่าชุมพลชนะสงคราม แล้วกลับเข้า

ประตูข้างใต้ซึ่งแบ่งเขตเป็นฝ่ายทหาร ดูที่ว่าการและโรงทหาร และไปแวะที่หลักเมือง ซึ่ง

มีศิลาจารึก กำหนดเมื่อสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ขึ้นมาสร้าง ดูศาลและศาลากลาง ผ่านออก

ทางประตูเหนือไปตามตลาดเหนือเมือง จนถึงวัดเหนือ เรียกว่าวัดเทวสังฆาราม วัดแรกเป็นพระ

ครูเจ้าคณะเมือง วัดหลังเป็นพระครูเจ้าคณะรองคล่องแคล่วทั้งสอง สวดมนต์แข็ง สมทบกันมา

สวดที่แพ ตรงเรือข้ามทุกคืน สวดเหมือนพระบางกอกในวันที่ไม่ขี้เกียจด้วย แต่วัดหลังนี้เห็น

จะมีสัปบุรุษติดมากบริบูรณ์กว่าวัดแรก ราษฎรมาคอยเป็นอันมากจนถึงพวกบ้านหนองขาว ก็

พากันมา พวกหนองขาวนั้นอยู่ข้างจะเก่งในทางพูดจากล้าหาญ เคยเฝ้ามาแต่รัชกาลที่ ๔ กราบ

ทูลให้ถอดเจ้าเมืองเสียคนหนึ่งในแผ่นดินปัจจุบันนี้ก็ได้ถอดเจ้าเมืองเสียคนหนึ่งเหมือนกัน มี

ราษฎรมาสานเสื่อไม้รวกให้ดู การที่สานวันนี้เป็นพิเศษ ทำพร้อมกันถึง ๑๐ คน เป็นเสื่อ

ขนาดใหญ่แต่ถ้าปรกติเขาทำกว้าง ๔ ศอกยาว ๔ ศอก ๒ คนถือไม้ซึ่งเรียกว่า “และ” คน

ละอันหันหัวออกข้างนอกคนละข้าง ใช้เปลือกแสลงพรรณตีขัดเป็นลายทำรวดเร็วดี ทำ ๒ คนนั้น

ได้วันละผืนราคาผืนละ ๕ สลึงถ้าผืนขนาดใหญ่ราคาก็มากขึ้นไป

วัดเทวสังฆาราม ๒๖ ตุลาคม ๒๕๐๖ชาวกาญจนบุรีรอรับเสด็จ

 

วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์

ราชกัญญา (พระอิสริยยศในขณะนั้น)สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์(พระอิสริยยศในขณะนั้น)

ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทอดพระกฐินต้น ณ วัดเทวสังฆารามเป็นครั้งแรกที่

เสด็จพราชดำเนินจังหวัดกาญจนบุรี ในกาลเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราช กุศลทอดพระกฐินต้น

ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ กับวัดเทวสังฆาราม ดังนี้

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทอดพระกฐินต้น

 

๑.วัดเทวสังฆาราม ได้รับพระมหากรุณาธิคุณยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตามประกาศกระทรวง

ศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๕

๒.วัดเทวสังฆาราม ได้ขอประทานชื่อพระประธานในพระอุโบสถ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิ

คุณพระราชทานชื่อว่า “พระพุทธสุทธิมงคล”

 

พระพุทธสุทธิมงคล
๓.วัดเทวสังฆาราม ได้รับพระบรมราชานุญาตประดับพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ตรงหน้าปันศาลา
ศาลาการเปรียญ หน้าบันประดับพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร.
๔.วัดเทวสังฆาราม ได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธยของทั้งสองพระองค์บนหินอ่อน
สำหรับประดับไว้บนสองผนังด้านในของพระอุโบสถ

พระพุทธรูปปางประทานพร จารึก ภ.ป.ร. เหนือผ้าทิพย์

๕.วัดเทวสังฆาราม ได้รับพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. จารึกไว้เหนือผ้า

ทิพย์ พระพุทธรูปปางประทานพรและทรงรับแผ่นทอง เงิน นาค ซึ่งคณะกรรมการวัดเทวสังฆาราม ทูล

เกล้าถวายเพื่อทรงใส่ลงในเบ้าหลอมทุกเบ้า ถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่พระองค์ท่านมีพระ

มหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. จารึกไว้เหนือผ้าทิพย์

ของพระพุทธรูปได้ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๐๗ท่านเจ้าคุณพระเทพมงคลรังสี พระครูปลัดอรรถจริยานุกิจ

พระครูสิงคุณธาดา พร้อมกับคณะกรรมการวัดเทวสังฆาราม ซึ่งมีพลเอก หลวงกัมปนาทแสนยากร

ประธานกรรมการบูรณะปฎิสังขรณ์วัดเป็นผู้นำ ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวณ พระตำหนัก

จิตรลดารโหฐาน ทูลถวายพระพุทธรูปปางประทานพร ภ.ป.ร. ขนาดหน้าตัด ๑๒ นิ้วหน้าตัก ๙ นิ้ว

แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ หน้าตัก ๕ นิ้ว แด่พระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูก

เธอทั้ง ๔ พระองค์

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลูกหน่อต้นโพธิ์จากพุทธคยา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๐๖

 

๖.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทรงปลูกหน่อต้นโพธิ์จากพุทธคยา ประเทศ

อินเดีย เป็นอนุสรณ์และเป็นสิริมงคลกับวัดเทวสังฆารามและปวงชนชาวกาญจนบุรี เมื่อ

ถึงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ของทุกปี นายอารามบอยขอเชิญชวนชาวจังหวัดกาญจนบุรีทุกท่าน

ร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านด้วยกานำน้ำสะอาดมารดต้นโพธิ์ที่พระองค์ทรง

ปลูกให้เจริญงอกงามเป็นร่มโพธิ์ของชาวจังหวัดกาญจนบุรีตลอดไป

๔๖ ปีผ่านไปต้นพระศรีมหาโพธิ์ เติบใหญ่เป็นร่มโพธิ์ของชาวกาญจนบุรี

วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา

สิริโสภาพัณณวดีพร้อมด้วยพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี เสด็จเยี่ยมวัด

วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระราชินี ในรัช

กาลที่ ๗ เสด็จทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมและพุทธ

ศาสนาวันอาทิตย์

พ.ศ. ๒๕๑๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระ

เจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเ

รียนพระปริยัติธรรม ตึกรวิเทวานันท์

 

พ.ศ. ๒๕๑๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ

เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดเทวสังฆาราม และทรงเยี่ยม

ราษฎร์

วันพฤหัสบดี ที่ ๑๕ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พระราชมงคลโมลี (สนั่น

ปญฺญาธโร) ณ เมรุวัดเทวสังฆาราม เวลา ๑๔.๐๐ น.

สาระน่ารู้เกี่ยวกับอุโบสถหลังเก่า

เจดีย์รอบโบสถ์โบสถ์หลังเก่าหน้าบันลายปูนปั้นที่สวยงาม

 

พระอุโบสถหลังนี้สร้างทับโบสถ์เก่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ รัชกาลที่ ๕ ปฏิสังขรณ์ ที่หน้าบันช่าง

ได้บรรจงปั้นเป็นรูปช้างเอราวัณเชิญพานเกล้า บานประตูพระอุโบสถมีภาพจำหลักเป็นลายดอก

พุดตานที่สวยงามมาก ภายในมีพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลาย พระพุทธรูปสมัยรัตน

โกสินทร์ตอนต้น หลายองค์ ผนังหลังพระประธานเขียนเป็นภาพซุ้มเรือนแก้วกับรูปเทวดา รอบ

ผนังจะเขียนเรื่องพุทธประวัติ เช่นตอนอภิเษก ตอนมหาภิเนษกรมณ์ ด้านล่างเป็นรูปนรกภูมิ

เพดานเขียนเป็นท้องฟ้ามีภาพพระราหูอมจันทร์ที่สมบูรณ์และสวยงามมาก ที่สำคัญพระอุโบสถ

หลังนี้เป็นหลังประวัติศาสตร์ของชาวกาญจนบุรีที่จะต้องอนุรักษ์ให้อยู่คู่จังหวัดกาญจนบุรีตลอดไป

เพราะว่าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี

พระองค์ท่านทรงบรรพชาและอุปสมบท (มหานิกาย) ณ พระอุโบสถหลังนี้ โดยมี พระเทพมง

คลรังสี (ดี พุทธโชติเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์

พระสาลีบุตรพระประธานโบสถ์หลังเก่าพระพุทธรูปสมัยต่างๆ

เสาโบสถ์พระพุทธเจ้าแม่พระธรณีภาพพุทธประวัติภาพสำเภาจีน

ภาพหมอตำแยทำคลอดอารมณ์ขำช่างไทยนรกภูมิ

ยันต์พระเจ้า ๑๖ พระองค์โบสถ์หลังใหม่สิงห์ศิลปะเขมร

พระอุโบสถหลังนี้เริ่มสร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ โดย พล. อ. พระยาพหลพลพยุหเสนา

(พจน์ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นและคุณหญิงพิศ พหลพลพยุหเสนา ซึ่งเป็น

ชาวกาญจนบุรี ได้ชักนำสโมสรคณะราษฎรไปทอดกฐินถวายทุนสร้างโบสถ์ จำนวน ๓

ครั้ง จนเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สิ่งที่น่าสนใจมีดังนี้

- หน้าบันอุโบสถ เป็นลายปูนปั้นตราสัญญลักษณ์สโมสรคณะราษฎร์

- บานประตูแกะสลัก ที่อกเลามีพระยันต์พระเจ้า ๑๖ พระองค์

- พระประธานที่ได้รับพระราชทานนามว่า “พระพุทธสุทธิมงคล” ที่งดงามมา

กองค์หนึ่งของกาญจนบุรี

- พระพุทธรูปปางประทานพร จารึกพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. เหนือผ้าทิพย์

โดยพระบรมราชานุญาต

- พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระ

บรมวงศานุวงศ์ของราชวงศ์จักรีบนหินอ่อน สำหรับประดับไว้บนสองผนังด้านใน

ของพระอุโบสถ

- ธรรมมาศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

kkkkkkk hhhhhhhh

 

วันนี้ นายอารามบอยต้องขอตัวก่อนนะครับ แต่เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวัดเทวสังฆารามยัง

มีมากมาย ไว้คราวหน้าจะนำเสนออีก เพราะว่ายังไม่ได้เล่าถึงประวัติพระเทพมงคลรังสี

( หลวงปู่ดี พุทธโชติ ) พระอริยสงฆ์ผู้ที่มีความสำคัญอย่างมากที่ได้วางรากฐานงาน

ด้านพระพุทธศาสนาในจังหวัดกาญจนบุรีให้มีความมั่นคง ก่อนจบต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วม

ติดตามนายอารามบอยไปเที่ยววัดต่างๆ หวังว่าคงจะคิดถึงกันและอย่าลืมติดตามผลงาน

ต่อๆไปด้วย................สวัสดี

 

ข้อมูลจาก๑.หนังสือประวัติวัดเทวสังฆาราม พิมพ์แจกในงานทอดกฐินแห่งสโมสรคณะราษฎร

วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๗๘

๒.หนังสือพุทธสาสนคติและรวมเรื่องเมืองกาญจนบุรี พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทาน

เพลิงศพพระเทพมงคลรังษี (ดี พุทธโชติเถร) วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๑

๓.หนังสือประวัติวัดเทวสังฆาราม พิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลพระกฐินต้น วันที่ ๒๖

ตุลาคม ๒๕๐๖๔.พระครูอนุกูลกาญจนกิจ เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม

๕.หนังสือที่ระลึกงานบรรจุศพ นายกิตติ เหลืองไพบูลย์ วันศุกร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๖

ณ สุสานวัดถาวรวราราม


 


ลิขสิทธิ์ © 2009 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-564280 Email onabkri@gmail.com